“นั่นน่ะสิขอรับ” หลิวตงเยว่เอ่ย “ครอบครัวนั้นมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ซานตง สกุลก่วน ค้าขายหนังสัตว์กับไข่มุกตะวันออกมาสิบกว่าปีแล้ว สองปีนี้ค้าขายไม่ดี บวกกับอายุมากแล้วก็อยากกลับไปบ้านเกิด จึงขายบ้านหลายหลังที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้แต่ยังต้องดูแลอยู่ไปหมดแล้ว บ้านที่พวกเราอาศัยค้างคืนก็เป็นหลังหนึ่งในนั้น…กระหม่อมเข้าไปดูแล้ว ใหญ่กว่าบ้านของราชเลขาธิการเหยียนสองสามเท่า และสร้างน้ำพุร้อนไว้อย่างดี ส่วนที่ผุดออกมาจากใต้ดินก็สร้างไว้ในบ้าน ส่วนที่ไหลลงมาจากลำธารเล็กๆ ระหว่างภูเขา หมอกแน่นหนา เหมือนดินแดนเซียน และราคายังถูกกว่าของราชเลขาธิการเหยียนครึ่งหนึ่งด้วย…”
“ถูกกว่าของราชเลขาธิการเหยียนมากขนาดนั้นเชียว?” ไทฮองไท่เฟยเอ่ยอย่างประหลาดใจ “พวกเขารู้ว่าท่านหญิงอยากได้บ้านหลังนี้หรือเปล่า?”
“ไม่ขอรับ” หลิวตงเยว่เอ่ย “เพราะราชเลขาธิการเหยียนชื่อเสียงโด่งดัง พอทุกคนได้ยินว่าราชเลขาธิการเหยียนจะขายบ้าน ขุนนางที่มีภูมิลำเนาอยู่เจียงหนานมากมายต่างก็พากันไปดู ทางเจียงหนานมีคนรวยเยอะ ราคาก็ขึ้นตลอด…”
เจียงเซี่ยนเลิกคิ้ว
ไทฮองไทเฮายิ้มพลางพยักหน้า และถามถึงบ้านของสกุลก่วน “หากเจ้าเห็นว่าเหมาะสมก็ซื้อไว้ ถ้าเป่าหนิงเห็นแล้วไม่พอใจก็แค่ซื้อใหม่ ถึงอย่างไรปีนี้ก็แช่น้ำพุร้อนไม่ได้แล้ว เจ้าจัดการไปตามสมควรแล้วกัน ส่วนเงินสำหรับซื้อบ้านนี้ เดี๋ยวเจ้าบอกฟางหลิง ให้นางนำตราประทับของฮองเฮาไปที่กรมวัง ให้กรม