วังมอบเงินนี้ให้ เขียนชื่อของท่านหญิง…”
“เสด็จยาย” เจียงเซี่ยนคิดว่าเอาของที่ตนเองใช้ประจำไปก็พอแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ใช่ว่านางไม่มีเงินเสียหน่อย ทำไมจะต้องเอาเปรียบจ้าวอี้เล็กๆ น้อยๆ ด้วย “หักจากในคลังส่วนตัวของหม่อมฉันดีกว่าเพคะ! หลายปีนี้เงินเดือนของหม่อมฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้นัก”
นางใช้คลังส่วนตัวของไทฮองไทเฮามาตลอด
“ก็ถือว่ายายมอบให้เจ้า” ไทฮองไทเฮาเอ่ยพลางยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก “เรื่องนี้เจ้าก็ไม่ต้องยุ่งแล้ว ลองคิดดูว่ายังต้องการอะไรอีก แล้วบอกให้ยายฟังหน่อย ยายตัดสินใจให้เจ้า”
ชาติก่อนเจียงเซี่ยนอยู่ในวังฉือหนิงนี้ตั้งแต่เกิดจนตาย ไปใช้ชีวิตข้างนอก นางก็ไม่รู้ว่าตนเองจะปรับตัวได้หรือไม่ จึงแอบรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ทว่านางไม่ใช่เด็กสาวที่ยังไม่เข้าพิธีปักปิ่น จริงๆ เรื่องบางเรื่องนางจำเป็นต้องเอาชนะด้วยตนเอง และกอบกู้ฐานะของตนเองใหม่
“ยังคิดไม่ออกเพคะ” การให้รางวัลของเหล่าผู้อาวุโสเป็นความรักและการปกป้อง นางไม่อยากให้ท่านยายกังวลหรือเสียใจ จึงยิ้มพลางเอียงศีรษะเอ่ยว่า “ไว้หม่อมฉันคิดได้แล้ว ค่อยทูลเสด็จยายเพคะ”
ไทฮองไทเฮายิ้มตาหยีและพยักหน้า พลางเอ่ยว่าหลิวตงเยว่ทำงานดี และให้รางวัลเขาเป็นเงินสิบตำลึงกับผ้าสำหรับตัดเสื้อผ้าใส่ในฤดูใบไม้ผลิสองสามชิ้น
แม้ของจะไม่มาก แต่นี่เป็นเรื่องที่เป็นเกียรติที่สุด หลิวตงเยว่ตื่นเต้นจนหน้าแดงไปหมดแล้ว หลิวเสี่ยวหม่านก็เข้ามาคำนับขอบคุณไทฮองไทเฮาเ