ยคิดว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม ก็ลองส่งใครสักคนไปถามเฉาไทเฮาดูก็ได้ เฉาไทเฮาอาจจะไม่มีทางเลือกแล้วเหมือนกันถึงได้ตกลง อีกอย่างอ๋องเจี่ยนเป็นขุนนางเก่าแก่มาหลายสมัยแล้ว มีความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง แทนที่เสด็จยายจะไว้จัดการฝ่าบาทไม่ได้แล้วค่อยให้อ๋องเจี่ยนออกหน้าไปเกลี้ยกล่อมฝ่าบาท สู้ลองปรึกษากับอ๋องเจี่ยนก่อนดีกว่า” สุดท้ายนางก็เตือนยายของตนเอง “สุภาษิตกล่าวไว้ดี ผู้อ่อนแอเอาชนะผู้แข็งแกร่งไม่ได้ เวลานี้ฝ่าบาทคือผู้แข็งแกร่ง”
ไทฮองไทเฮาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ แต่เช้ามืดวันรุ่งขึ้นก็รีบเรียกอ๋องเจี่ยนเข้าวังทันที
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่หลบมาทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ในตำหนักตงซาน
ทั้งสองคนต่างอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เจียงเซี่ยนถือเข็มกับด้ายอยู่ก็เหม่อลอย
ชาติก่อนอ๋องเจี่ยนเคยบอกนางว่า เฉาไทเฮาสังหารทายาทของราชวงศ์ หากให้เฉาไทเฮาว่าราชการหลังม่านต่อไป เกรงว่าอำนาจในการปกครองแคว้นของตระกูลจ้าวในภายภาคหน้าก็ต้องสกุลเฉาแล้ว ทว่าตอนหลังที่เขาสนับสนุนนางมากมายก็เป็นเพราะนางทุ่มเทเลี้ยงจ้าวสี่อย่างสุดกำลัง
หวังว่าเขาจะทำเหมือนอย่างที่พูด
แต่ไป๋ซู่กลับกำลังเป็นห่วงซ่งเสียนอี๋ นางเอ่ยกับเจียงเซี่ยนเสียงเบามากว่า “เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เจ้าว่าเฉาไทเฮาจะจัดการซ่งเสียนอี๋อย่างไร?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “อาจจะแต่งตั้งตำแหน่งต่ำๆ ให้นางสักตำแหน่ง และให้นางดูแลเด็กคนนั้นกระมัง?”
ไป๋ซู่ก็ถอนหายใจ และเอ่ยว