่า “เจ้าว่านางทำอะไรไม่ดี ถึงต้องไปยุ่งกับฝ่าบาท…เมื่อก่อนข้ายังคิดว่านางเป็นคนฉลาดคนหนึ่ง ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเพียงแค่นี้! ในวังนี้ไม่มีคนที่ไม่อยากเป็นสนมของฝ่าบาทด้วยหรือ?”
“มีสิ!” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้ากับข้าไง?”
“โอ๊ย!” ไป๋ซู่หยิบผ้าเช็ดหน้ามาฟาดเจียงเซี่ยนทีหนึ่ง และเอ่ยว่า “ทำไมตอนนี้เจ้าถึงพูดจาไม่มีขอบเขตเลย? กล้าพูดไปหมด!”
เจียงเซี่ยนหัวเราะกับนาง
ในที่สุดบรรยากาศในห้องก็ดีขึ้นแล้ว
หลังจากอ๋องเจี่ยนจากไป เจียงเซี่ยนก็ไปพบไทฮองไทเฮาทันที
ไทฮองไทเฮานอนตะแคงอยู่บนหมอนอิงของเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างด้วยสีหน้าซีดเซียว
ผลของการปรึกษากับอ๋องเจี่ยนไม่ต้องเอ่ยก็รู้ได้แล้ว
เจียงเซี่ยนสงสารยายของตนเองเล็กน้อย นางรับถ้วยชาจากมือของนางในไปวางใกล้มือของไทฮองไทเฮาอย่างแผ่วเบา และปลอบใจไทฮองไทเฮาเสียงเบา “ฝ่าบาทอายุยังน้อย แค่มีลูกชายคนโตที่เกิดจากสนม และเลี้ยงเด็กคนนั้นในวังจะเป็นอะไรหรือเพคะ?”
ไทฮองไทเฮาหลับตาลงอย่างเสียใจ และเอ่ยว่า “ช่างเถอะ ข้ามอบตราประทับของฮองเฮาให้ฟางหลิงนำไปภูเขาวั่นโซ่วแล้ว เรื่องนี้ข้าไม่ยุ่งแล้ว ปล่อยให้พวกเขาจัดการไปแล้วกัน! และข้าก็คิดได้แล้วว่า พวกเขาต่างกลัวล่วงเกินฝ่าบาท ข้ายืนหยัดอยู่ตรงนี้คนเดียวมีแต่จะทำให้คนอื่นเข้าใจว่าข้าคิดว่าตนเองอาวุโสกว่า ทุกคนจึงต้องยอมให้ และทำตัวไม่เหมาะสม!”
แม้จะพูดแบบนี้ ทว่าสองวันให้หลังในวังประกาศว่าซ่งเสียนอ