ี๋ตั้งครรภ์โอรสของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ ตอนที่ย้ายเข้าไปในตำหนักอี๋อวิ๋นแล้วเห็นพวกสาส์นแสดงความยินดีอย่างนอบน้อมที่บรรดาฮูหยินซึ่งคิดว่าตนเองฉลาดเขียน ไทฮองไทเฮาก็ยังอดที่จะร้องไห้ไม่ได้
เจียงเซี่ยน ไป๋ซู่ และไทฮองไท่เฟยคิดหาทางปลอบใจไทฮองไทเฮาอยู่หลายวัน ไทฮองไทเฮาถึงจะค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น และนึกถึงที่เจียงเซี่ยนบอกว่าหิมะตกติดต่อกันหลายวัน เหล่าต้นเหมยโบราณอายุร้อยปีในอุทยานหลวงต่างออกดอกแล้ว จึงตัดสินใจเชิญเหล่าฮูหยินเข้ามาเป็นแขกในวัง และจัดงานเลี้ยงชมดอกเหมย แน่นอนว่าพวกเจียงเซี่ยนย่อมรู้สึกดีใจ จึงช่วยกันออกความเห็น กำหนดรายการอาหาร และเขียนสาส์นเชิญ ยุ่งแบบนี้ไปหลายวัน ไทฮองไทเฮาถึงจะไม่ไปคิดเรื่องนั้นจริงๆ และไปดูดอกเหมยที่อุทยานหลวงกับเจียงเซี่ยน ไป๋ซู่ และไทฮองไท่เฟย
ทว่าเวลานี้หลี่เชียนกลับนั่งตกปลาท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็นเลียนแบบคนโบราณกับเฉาเซวียนอยู่ที่ตำหนักสาหร่ายของทะเลสาบคุนหมิง
“…ตอนนั้นที่เจิ้นกั๋วกงเรียกข้าไปคุยเรื่องนี้ ข้าก็คิดว่าดีเหมือนกัน” หลี่เชียนมองสายลมและหิมะ สองมือสอดไขว้กันในแขนเสื้อ หนาวมากจนตัวสั่นตลอด เขาช่วยขันทีที่ดูคันเบ็ดให้พวกเขาอยู่หยิบเหล้าจินหวาที่อุ่นอยู่บนเตาดินแดงเล็กข้างๆ ขึ้นมารินให้เฉาเซวียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหนึ่งจอก และเอ่ยต่อว่า “ท่านพ่อบอกว่า หากทั้งราชสำนักจับตาดูไทเฮาอยู่ ไทเฮาก็ต้องรู้สึกอึดอัด และไม่ยอมอ่อนข้อให้ฝ่าบาท…ตอน