“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หลี่เชียนเอ่ย “เวลานี้เฉาไทเฮาประทับที่ตำหนักอี๋อวิ๋นแล้ว ข้าเป็นองครักษ์ จึงไม่ค่อยสะดวกเดินไปมาในตำหนักอี๋อวิ๋น คืนนั้นข้าแอบพาแม่นมฟางไปส่งให้เฉิงเต๋อไห่ที่ภูเขาวั่นโซ่วแล้วก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้อีกเลย…”
เจียงเซี่ยนแปลกใจมาก และเอ่ยว่า “เฉิงเต๋อไห่ยังมีชีวิตอยู่?”
ชาติก่อนหลังจากเฉาไทเฮาตาย คนๆ นี้ก็ตายเช่นกัน
หลี่เชียนพยักหน้า และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าอย่าดูถูกคนๆ นี้เชียว คนๆ นี้มีความสามารถมาก เขารอดตายมาได้อย่างไร ข้าก็กำลังสืบอยู่เหมือนกัน แต่พอเขาปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ เฉาไทเฮาก็ทรงกันแสงอย่างหนัก กระทบกระเทือนจิตใจของเฉาไทเฮาได้จริง เรื่องของตำหนักอี๋อวิ๋น เฉาไทเฮาก็มอบให้เขาหมดแล้ว”
เจียงเซี่ยนพึมพำว่า “เจ้าเคยเจอนางในที่ชื่อซ่งเสียนอี๋หรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้สังเกตจริงๆ” หลี่เชียนเอ่ย “หากท่านอยากรู้ ข้าจะลองไปถามให้ท่าน”
“ไม่ต้องแล้ว” เจียงเซี่ยนก็เพียงแค่ถามไปเท่านั้นเช่นกัน
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “แต่ท่านวางใจได้ ตอนที่ฝ่าบาทเสด็จไปภูเขาวั่นโซ่ว ข้าจะคุยกับฝ่าบาทอย่างดี อย่างไรก็จะทำให้ฝ่าบาทอารมณ์ดี และจะไม่ให้ฝ่าบาทมีโอกาสจับจุดอ่อนของข้าได้”
คนๆ นี้พูดเองเออเองได้ตลอด
นางกังวลว่าเขาล่วงเกินจ้าวอี้เสียเมื่อไร
ทว่าเจียงเซี่ยนไม่อยากคุยกับเขาอีกแล้ว จึงเอ่ยว่า “ข้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถอะ! เดี๋ยวท่านลุงไม่เห็นเจ้าก็น่าจะร้