อนใจแล้ว เขาอาจจะมีเรื่องอยากคุยกับเจ้าก็ได้!”
ในเมื่อหลี่เชียนรู้ว่าสุดท้ายเรื่องแต่งงานของไป๋ซู่กับเฉาเซวียนจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเขาจะโน้มน้าวเฉาเซวียนได้หรือไม่
หลี่เชียนผิดหวังเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ท่านไม่อยากรู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักเต๋อฮุยหรือ?”
นางไม่อยากรู้แล้ว
“ท่านพี่บอกข้าแล้ว” เจียงเซี่ยนเอ่ย “เจ้ารีบกลับไปหาท่านลุงข้าเถอะ!”
หลี่เชียนยืนลังเลอยู่ตรงนั้นเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดอยู่นานมาก และเอ่ยว่า “ข้ารอซื่อจื่อมาและไปพร้อมกันดีกว่า เขาจะได้ไม่หาตัวข้าไม่เจอและคิดว่าข้าไปเพ่นพ่านที่ไหน”
ตามใจเขา
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “อย่างนั้นเจ้าดื่มชาอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับไปก่อน ที่นี่ค่อนข้างหนาว”
“ขอรับ” หลี่เชียนรีบส่งนางออกไปข้างนอก เหมือนไม่รู้สึกถึงความเย็นชาและความห่างเหินของนางสักนิด
ลมหอบหิมะมาโดนเสื้อคลุมทอลายคนโทและดอกเหมยสีม่วงกานพลูของเจียงเซี่ยน
หลี่เชียนก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่งและบังข้างกายนางไว้
ลมและหิมะก็เหมือนหยุดไปทันทีเช่นกัน
หลี่เชียนเอ่ยว่า “ทำไมท่านถึงใส่เสื้อคลุมเชยแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าท่านใส่สีน้ำเงินสดใสหรือสีบานเย็นสวยกว่า”
คิดว่าผิวนางยังซีดไม่พอหรือ?
เจียงเซี่ยนโกรธมาก และเอ่ยว่า “นี่เป็นของที่ไทฮองไทเฮาพระราชทานให้”
“อ้อ!” หลี่เชียนแลดูจนใจเล็กน้อย และเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ต้องใส่แล้ว” เขาพูดอยู่ก็ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ ก็ตื่นเต้นขึ้น