มา และเอ่ยว่า “ครั้งหน้าข้าเอาเสื้อคลุมมาให้ท่านดีกว่า! ข้าได้ยินพวกผู้ช่วยของท่านพ่อบอกว่า เมืองหลวงมีร้านผ้าไหมร้านหนึ่งชื่อ ‘บุปผาดั่งหญิงงาม’ เป็นร้านที่ตระกูลเจิงซึ่งเคยเป็นพ่อค้าที่ส่งแพรพรรณจากเจียงหนานให้กับราชสำนักเปิด ข้างในมีแบบใหม่มาจากเจียงหนานมากมาย ถึงเวลานั้นข้าไปเลือกแบบใหม่ให้ท่านสักสองสามชิ้น…เดี๋ยวก็จะปีใหม่แล้ว ก็เป็นเวลาที่ตัดเสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูใบไม้ผลิพอดี”
เจียงเซี่ยนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สนใจหลี่เชียน ทว่าได้ยินเขาเอ่ยแบบนี้ ก็อดที่จะโกรธไม่ได้ จึงเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
หลี่เชียนรู้ทันทีว่าตนเองพูดผิดแล้ว จึงรีบเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้บอกว่าของในวังไม่ดี แค่ลายและสีนั้นเป็นผู้ใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับท่าน…”
เจียงเซี่ยนหยุดฝีเท้าในทันใด
หลี่เชียนตั้งตัวไม่ทัน จนเกือบจะชนเจียงเซี่ยน
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้เรื่องสตรีมากทีเดียว?” เจียงเซี่ยนมองเขาอย่างเย็นชา “ผู้ช่วยของพ่อเจ้าหรือจะสนใจด้วยว่าร้านผ้าไหมของตระกูลไหนในเมืองหลวงขายของแปลกใหม่…ข้าว่าสาวใช้ของเจ้าเป็นคนบอกกระมัง?”
ชาติก่อนนางมอบไป่เจี๋ยให้เขา
เจียงเซี่ยนรู้สึกตาแห้งผาก
ทว่าหลี่เชียนกลับยังยิ้มอย่างสดใสอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มนั้นเห็นแล้วก็ทำให้อารมณ์เสีย
“ท่านคงไม่รู้” เขาเอ่ย “ตระกูลของเราส่งของขวัญให้คนตลอดทั้งปี อย่าว่าแต่ผ้าที่เป็นที่นิยมเลย แม้แต่แบบเสื้อผ้าสตรีที่เป็นนิยมก็ต้องรู้…ถึงเวลานั้นข้าจะใ