่ยอย่างกังวล “ข้าจะดูสถานการณ์ว่าจะถามอะไรสักหน่อยได้หรือไม่ เรื่องแบบนี้รีบร้อนไม่ได้”
ทั้งสองคนพยักหน้า
หญิงรับใช้สองคนมาช่วยล้างหน้าและหวีผมให้เจียงเซี่ยน
เจียงเจิ้นหยวนกับเจียงลวี่ยืนอยู่ในลานบ้าน
เจียงลวี่เอ่ยว่า “ท่านพ่อ เป่าหนิง คงจะไม่ได้ชอบใครแล้วคนๆ นั้นฐานะต่ำต้อย นางจึงไม่อาจบอกพวกเราได้ใช่หรือไม่?”
เจียงเจิ้นหยวนก็เดาแบบนี้เหมือนกัน
เขาขัดแย้งมาก
สติสัมปชัญญะบอกเขาว่าการใช้ชีวิตของสองครอบครัวที่ฐานะไม่เท่าเทียมกันแตกต่างกัน มีปัญหาขึ้นมาจะทำร้ายความรู้สึกกันได้ง่าย ทว่าความรู้สึกกลับบอกเขาว่า แม้ฐานะครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจะไม่เหมาะสมกัน เจียงเซี่ยนมีเขาสนับสนุน ยังเสียเปรียบได้อีกงั้นหรือ
เจียงเจิ้นหยวนไม่เอ่ยสิ่งใด
เจียงลวี่เห็นแล้วก็ลังเลอยู่นานมาก ถึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพ่อ ข้าว่า หากเป่าหนิงพูดออกมา และท่าทางไม่มีปัญหาอะไร ท่านก็อนุญาตเถอะ! นางร่างกายอ่อนแอและป่วยง่ายตั้งแต่เด็ก…ท่านดูท่านอารอง ท่านปู่กับท่านย่าประคบประหงมตั้งแต่เล็กจนโต ไม่รู้เรื่องในกองทัพเลย ทุกคนต่างกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับท่าน จึงจุดโคมไฟอายุยืนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี ปรากฏว่าท่านยังอยู่ดี แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นกับท่านอารอง…จะเห็นได้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีใครบอกได้…”
เตือนบิดาว่าบางครั้งหายนะก็เกิดขึ้นอย่างไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ดังนั้นจึงต้องเห็นคุณค่าของปัจจุบัน
เ