แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนจำไม่ได้นั้นหรือเป็นเพราะห่มผ้าหนาเกินไป
นางในที่ได้ยินเสียงคลุมเสื้อและเข้ามาป้อนน้ำชาให้นาง
เจียงเซี่ยนดื่มไปสองถ้วยเต็มๆ ถึงจะรู้สึกว่าหัวใจเต้นช้าลง แล้วสั่งให้นางในตักน้ำและช่วยนางเปลี่ยนเสื้อผ้า
คนที่ติดตามนางตกใจตื่น จนถึงยามอิ๋นถึงจะค่อยๆ สงบลง
เจียงเซี่ยนนอนไม่หลับอยู่บนเตียง ในสมองว่างเปล่า เหม่อมองแสงในห้องที่ค่อยๆ สว่างขึ้น และกลับค่อยๆ หลับสนิทไปอีกครั้ง
ไป่เจี๋ยกังวลมาก และแอบเอ่ยกับฉิงเค่อว่า “ท่านหญิงมักจะตกใจตื่นกลางดึกแบบนี้จะเป็นเรื่องดีได้อย่างไร? ต้องทูลไทฮองไทเฮาหรือไม่ ไปขอยันต์ปลอดภัยจากศาลเจ้ากูเส่าก็ดีเหมือนกันนะ!”
“เจ้าพูดให้น้อยๆ หน่อย” ฉิงเค่อก็กังวลเหมือนกัน แต่นางต้องใจเย็นกว่าไป่เจี๋ย “ในวังห้ามเรื่องพวกนี้ที่สุดแล้ว จะบอกก็ทำได้เพียงเล่าให้ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงฟังเท่านั้น”
ไป่เจี๋ยพยักหน้า และยังคงขมวดคิ้วแน่น
ตอนที่เจียงเซี่ยนตื่นมาก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว
หิมะตกหนักกว่าเมื่อวานเล็กน้อย และทับถมกันเป็นชั้นบางๆ บนพื้น
นางยังไม่อยากลุกจากเตียง จึงถามฉิงเค่อว่า “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ส่งมาคนมาหรือเปล่า? ได้พูดอะไรหรือไม่?”
“แม่นมอวี๋ที่อยู่ข้างกายฮูหยินมาเจ้าค่ะ เห็นท่านยังหลับอยู่ จึงไม่ได้ปลุกท่าน บอกแค่ว่าท่านตื่นเมื่อไรก็ให้พวกเราไปบอกห้องครัว จะได้ยกอาหารมา” นางพูดไปก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ และเอ่ยอีกว่า “ใต้เท้าหลี่มาเจ้าค่ะ นั่งรอท่านอยู่