เจียงเจิ้นหยวนได้ยินก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี และเอ่ยว่า “เด็กสาวอย่างพวกเจ้านี่ ทำให้ข้าไม่รู้จะพูดอะไรดีจริงๆ ฝ่าบาทเพียงแค่ถามอ๋องเหลียวว่าตอนนี้เป็นอย่างไรเท่านั้น ก็ถูกพวกเจ้าแพร่ข่าวออกไปว่าจะพระราชทานงานสมรส นี่หากจะพระราชทานงานสมรสจริงๆ ยังไม่รู้ว่าจะลือกันแบบไหน? เอาล่ะ เจ้าวางใจ ไม่มีใครให้จ่างจูไปแต่งงานหรอก”
นางก็ไม่ได้อยากรู้ว่าฮ่องเต้พระราชทานงานสมรสให้อ๋องเหลียวกับซื่อจื่อจิ้งไห่โหวหรือไม่กันแน่เสียหน่อย นางอยากให้ไป๋ซู่สมหวังต่างหาก!
เจียงเซี่ยนพึมพำอยู่ในใจ ทว่าบนหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรข้าก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นข่าวโคมลอย บางทีฝ่าบาทไม่ได้คิดเช่นนี้ เหล่าราชเลขาธิการอาจจะคิดก็ได้? ท่านก็ช่วยเป็นพ่อสื่อให้จ่างจูหน่อยเถอะ! ข้ากังวลมากว่าถึงเวลานั้นจวนเป่ยติ้งโหวจะตัดสินใจให้จ่างจูไม่ได้เหมือนกัน อย่างไรจ่างจูก็เติบโตในวังฉือหนิง แล้วก็เป็นเหมือนพี่น้องของข้า…ครั้งที่แล้วเฉาไทเฮาก็อยากให้จ่างจูแต่งงานกับหลี่เชียน หากไม่ใช่ว่าตอนหลังเกิดเรื่องที่ภูเขาวั่นโซ่วขึ้น เกรงว่าเวลานี้จ่างจูคงจะหมั้นหมายแล้ว”
เจียงเจิ้นหยวนเข้าใจความหมายของเจียงเซี่ยนแล้ว
เจียงเซี่ยนกลัวว่าจ่างจูจะแต่งงานกับคนเลวตามคำแนะนำของแม่สื่อ
เขามองเจียงเซี่ยนที่เหมือนโตขึ้นอีกเล็กน้อยตรงหน้า แล้วอดที่จะถอนหายใจอย่างใจหายไม่ได้