นึ่ง
เจียงลวี่ยิ้มและเอ่ยว่า “ก็แล้วแต่ว่าท่านพ่อจะจัดการอย่างไรกระมัง?”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า และไม่พูดอะไรอีก นางมองตามหลังเจียงลวี่ออกจากตำหนักชิ่งซั่นไปแล้วถึงจะกลับตำหนัก
ยามซื่อสามเค่อ นางสวมชุดพิธีการและเครื่องประดับเต็มยศตามระดับตำแหน่ง นั่งเกี้ยวที่ล้อมด้วยผ้าม่านลายหงส์แดงเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ไปวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่ว
ระหว่างทางเจอฮูหยินป๋อและฮูหยินโหวหลายตระกูล ในนั้นก็มีฮูหยินอันลู่โหว มารดาของซื่อจื่อที่ขวางทางนางบนระเบียงคดเพราะอยากชวนนางคุย ฮูหยินอันลู่โหวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ติดตามอยู่ข้างเกี้ยวนางและคุยจ้อกับนางอยู่นานมาก จนกระทั่งทุกคนที่อยู่โดยรอบพากันเหลือบมอง เจียงเซี่ยนหน้าตาเหนื่อยล้า ฮูหยินอันลู่โหวถึงยอมหยุด
นางคำนวณเวลามาอย่างดี มาถึงอุโบสถตอนอีกหนึ่งเค่อจะเที่ยงตรง
เจียงเซี่ยนเจอท่านหญิงตงหยาง ท่านหญิงอู่หยาง และลูกสะใภ้กับหลานสาวของท่านหญิงทั้งสองแล้ว
ท่านหญิงตงหยางกับท่านหญิงอู่หยางเป็นลูกสาวของอ๋องเจี่ยน ตามลำดับศักดิ์เจียงเซี่ยนต้องเรียกพวกนางว่าป้า
สามีสกุลหานของท่านหญิงตงหยาง เป็นผู้บัญชาการระดับสี่ที่สืบทอดตำแหน่งมาหลายรุ่น สองสามีภรรยารักกันมาก มีลูกชายสองคนลูกสาวหนึ่งคน เจียงเซี่ยนจำไม่ได้แล้วว่าพี่ชายสองคนแห่งสกุลหานอายุมากกว่าตนเองกี่ปีกันแน่ แต่หานถงซินพี่สาวแห่งสกุลหานอายุมากกว่านางแค่ปีเดียว ตอนหานถงซินอายุสิบขวบ เฉาไทเฮาแต่งตั้งให้นางเป็