ว่า “ไทเฮา กระหม่อมไม่ได้ปดไทเฮานะพ่ะย่ะค่ะ หากไทเฮาไม่เชื่อ ลองส่งใครสักคนออกไปดูก็ทราบแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็น่าจะมาถึงแล้ว ไทเฮารีบเสด็จไปกับกระหม่อมดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้ยังพอมีหนทางรอด ช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันเวลาแล้ว ไทเฮารีบเสด็จไปกับกระหม่อมดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมรู้โดยบังเอิญ กลัวคนอื่นรู้เข้า จึงมาคนเดียว…ยังมีองครักษ์อีกสองสามคนช่วยปกปิดให้กระหม่อมอยู่ข้างหลัง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน…ขอแค่ไปถึงวารีเคียงพฤกษาได้ก็พอ เรือมังกรจอดอยู่ที่นั่นหมด…กระหม่อมได้ยินบิดาของกระหม่อมบอกว่า…ผู้บัญชาการกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครจงรักภักดีต่อไทเฮามาก ขอเพียงเข้าเมืองหลวงได้ก็พอแล้ว…”
เขาพูดจาสะเปะสะปะ แต่เฉาไทเฮากับเบิกตาโต
มีแต่ตอนที่คนเจออันตรายเท่านั้นที่จะพูดจาแบบนี้ได้
แสดงว่าหลี่เชียนพูดความจริง!
นางจ้องตาหลี่เชียนอย่างไม่วางตา
ข้างในมีความตื่นตระหนก ความกระวนกระวาย ความหวาดกลัว ความว้าวุ่นใจ แล้วก็ฝืนทำเป็นเยือกเย็น…แต่กลับไม่มีความคิดร้าย!
ดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องจริง!
เฉาไทเฮายกมือ ถ้วยชาและภาชนะโลหะบนโต๊ะชาถูกกวาดลงไปบนพื้นทั้งหมด
“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน ปีกกล้าขาแข็งแล้ว กลับกล้าล้มล้างราชสำนัก!” นางเบิกตาโต ในดวงตาราวกับมีกองเพลิงกำลังลุกไหม้ แผดเผาจนแทงตาคน สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ จนกลายเป็นบิดเบี้ยวเล็กน้อย
หลี่เชียนตกใจเป็นอย่างมาก
ทว่าชั่วพริบตาความโกรธแค้นอย่างรุ