นแรงในดวงตาของเฉาไทเฮาก็กลายเป็นความเกลียดชังอย่างเต็มหัวใจแล้ว นางกัดฟันยับยั้งอารมณ์ไว้ แล้วสั่งนางในที่อยู่ข้างกาย “เจ้าไปเรียกเฉิงเต๋อไห่มาให้ข้า แล้วช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเราจะไปกันเดี๋ยวนี้!” แต่ประโยคสุดท้ายเอ่ยกับหลี่เชียน
หลี่เชียนรู้สึกเคารพนับถือขึ้นมาในทันใด
ตัดสินใจได้ทันทีในช่วงเวลาสำคัญ กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว อย่าว่าแต่ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างเฉาไทเฮาเลย แม้แต่ผู้ชายที่มักจะเสี่ยงชีวิตสร้างความดีความชอบในสนามรบอย่างพวกเขาก็น้อยที่จะมีความรับผิดชอบแบบนี้เช่นกัน มิน่าเฉาไทเฮาถึงเป็นฮองไทเฮาที่ว่าราชการหลังม่านคนแรกในราชวงศ์ปัจจุบัน
เจียงเจิ้นหยวนจะเอาชนะนางได้หรือไม่?
ความเห็นใจแล่นผ่านไป หลี่เชียนก็เก็บกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในความทรงจำจนเกลี้ยงทันที และเริ่มช่วยเฉาไทเฮาเก็บสัมภาระ “ไทเฮาว่ากระหม่อมพอจะช่วยงานตรงไหนได้บ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เวลานี้เฉาไทเฮากลับมายืนตัวตรงเหมือนต้นสนแล้ว และชมเขาว่า “พ่อของเจ้าสามารถสอนลูกชายอย่างเจ้ามาได้ แสดงว่าเขาลงแรงกับเจ้าไปมากทีเดียว เจอพ่อเจ้า ข้าจะขอบคุณเขาอย่างดี”
หลี่เชียนก็เหมือนกับคนหนุ่มที่ทะเยอทะยานทั่วไป พอได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชาก็ตื่นเต้นจนหน้าแดง และพูดอะไรไม่ออกอยู่นาน
เฉาไทเฮาเข้าไปเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมยาวธรรมดาในห้องด้านในอย่างรวดเร็ว และถือห่อผ้าสีน้ำเงินออกมา
ฮูหยินอันเฉิงแม่นมของนางติดตามอยู่ข้างห