ลังนางเหมือนนกตัวน้อยที่ขวัญเสีย
นางในที่ไปหาเฉิงเต๋อไห่ยังไม่กลับมา
เฉาไทเฮาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยว่า “พวกเราไม่รอแล้ว คิดหาทางไปท่าเรือวารีเคียงพฤกษาเดี๋ยวนี้เลย”
ฮูหยินอันเฉิงตอบเสียงเบาว่า “เพคะ” แต่ไม่เดินตามเฉาไทเฮาเหมือนคนที่อยู่ในห้อง กลับเป็นขันทีสองคนที่ไม่สะดุดตาติดตามขนาบข้างกายเฉาไทเฮาแทน
หลี่เชียนอดที่จะมองฮูหยินอันเฉิงครั้งหนึ่งไม่ได้
เฉาไทเฮาเดินออกไปข้างนอกแล้ว
หลี่เชียนรีบตามไป
เฉาไทเฮาถึงอธิบายกับหลี่เชียนเสียงเบาว่า “คนที่ฝ่าบาทต้องการคือข้า ติดตามอยู่ข้างกายข้า พวกเขากลับยิ่งไม่ปลอดภัย อีกอย่างพวกเราก็พาคนพวกนี้ไปไม่ได้เช่นกัน”
หลี่เชียนพยักหน้า และอดที่จะมองเฉาไทเฮาอย่างนับถืออีกครั้งไม่ได้
เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “กระหม่อมสั่งคนของกระหม่อมไว้แล้วว่า หากรอดพ้นจากอันตรายได้ ให้เฝ้าอยู่ที่ท่าเรือวารีเคียงพฤกษาสองคน ส่วนคนอื่นให้มาที่ตำหนักเต๋อฮุย”
เฉาไทเฮาพยักหน้า นางเงียบไปหลายอึดใจ และเอ่ยเสียงเบาว่า “เฉากั๋วจู้ ตายแล้วจริงๆ หรือ?”
“กระหม่อมไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เชียนคิดว่าทำให้เฉาไทเฮารู้สึกว่าตัวคนเดียวและไม่มีใครช่วยจะดีที่สุด นอกจากตระกูลหลี่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยนางได้ดีกว่านี้แล้ว จึงปั้นเรื่องว่า “ก่อนหน้านี้กระหม่อมขัดแย้งกับท่านหญิงเจียหนานเล็กน้อย และพักผ่อนอยู่ในห้องตรงประตูวังทางทิศตะวันออก เพราะอารมณ์ไม่ดีและนอนไม่หลับ จึงออกมาเดินเล่นข