ากันว่าเป็นมีศักดิ์เป็นน้องชายของเฉาไทเฮา
ทว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาคนในวังก็ไม่เคยได้ยินเฉาเซวียนเรียกเขาว่า ‘ท่านลุง’ หรือ ‘ท่านอา’ เลย
หลี่เชียนลงแรงไปมากเพื่อติดสินบนเฉากั๋วจู้ ถึงได้งานเข้าเวรที่ตำหนักหยวนหล่างในวันเกิดของไทเฮามา
เพื่อที่ถึงเวลานั้นจะได้ร่วมมือกันวางแผนกับเจียงเจิ้นหยวนง่ายขึ้น
ตำหนักหยวนหล่างมีคนอาศัยอยู่สองคน
คนหนึ่งคือจ้าวเซี่ยวซื่อจื่อจิ้งไห่โหว
อีกคนคือจ้าวอี้อ๋องเหลียวลูกชายคนโตที่เกิดจากสนมของฮ่องเต้องค์ก่อน ซึ่งจ้าวอี้อ๋องเหลียวนั้นก็เกือบจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทแล้ว
เขาไม่เคยพบอ๋องเหลียว แต่จ้าวเซี่ยวซื่อจื่อจิ้งไห่โหวนั้นได้เจอกันตลอด
ทั้งสองคนอายุไล่เลี่ยกัน บิดาของคนหนี่งรักษาการณ์อยู่ที่ฝูเจี้ยน บิดาของอีกคนก็ควบคุมภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นรุ่นที่ชอบฝึกวรยุทธ์กันทั้งนั้น จึงเจอกันในโอกาสต่างๆ บ่อย ว่ากันตามหลักการแล้ว ทั้งสองคนน่าจะสนิทกัน แต่ความจริงแล้วพวกเขาก็เหมือนดวงชงกันโดยธรรมชาติ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่คิดที่จะไปมาหาสู่กับอีกฝ่าย แม้จะรู้จักกันมาสิบกว่าปี ทว่าที่ผ่านมาพอเจอหน้าก็เพียงแค่พยักหน้าทักทายกันเท่านั้น
แต่ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลจะซับซ้อน จ้าวเซี่ยวก็มีชื่อเสียงด้านกลยุทธ์ในการทำสงคราม ดังนั้นไม่มีทางที่หลี่เชียนจะไม่ระวังอีกฝ่าย ส่วนการวางตัวและท่าทีในการทำงานของจ้าวเซี่ยวนั้น ถึงจะไม่บอกว่ารู้อย่างทะลุปรุโปร่ง เข