ตัวทำอะไรอยู่ในห้องหรือ?”
“ปักผ้าเจ้าค่ะ” ไป๋ซู่ตอบไป
แต่ไทฮองไท่เฟยกลับพยักหน้า และเอ่ยว่า “ต้องเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อยเอาไว้ ปีหน้าก็อายุครบสิบห้าปีแล้ว จะมัวเล่นอยู่แบบนี้ไม่ได้ เมื่อครู่ข้าตกลงกับไทฮองไทเฮาแล้ว สองวันนี้จะเลือกช่างเย็บปักจากกองพระภูษามาสักสองสามคน ไว้ผ่านวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮาไปแล้ว เจ้าก็เริ่มทำงานเย็บปักถักร้อยตามช่างเย็บปักได้เลย พ่อแม่เจ้าจะได้ไม่รู้ว่าแม้แต่ผ้าเช็ดหน้าเจ้าก็ปักไม่สวยด้วยซ้ำ ควรโทษข้าที่ไม่ได้สั่งสอนเจ้าให้ดี”
ไทฮองไท่เฟยต้องกำลังคุยเรื่องแต่งงานของทั้งสองคนอยู่อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่คิดที่จะให้ไป๋ซู่เรียนรู้งานเย็บปักถักร้อยแล้ว
ตำแหน่งท่านหญิงของไป๋ซู่เป็นเพียงคำเรียกเท่านั้น ไม่เหมือนกับเจียงเซี่ยนที่ได้รับเงินเดือนของชินอ๋อง มีเงินเดือนห้าหมื่นต้านเข้าบัญชีทุกปีจริงๆ แถมยังมีที่ดินเป็นของตนเอง เจียงเซี่ยนไม่เรียนก็ได้ แต่ไป๋ซู่กลับไม่เรียนไม่ได้
ทั้งสองคนต่างรู้ใจกัน พอได้ยินจึงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ไป๋ซู่กำลังคิดว่าสุดท้ายแล้วตนเองจะได้แต่งงานกับเฉาเซวียนหรือไม่ ทว่าเจียงเซี่ยนกลับกำลังคิดว่าไม่แต่งงานกับจ้าวอี้ แล้วสุดท้ายตนเองจะแต่งงานกับใครดี?
พวกนางกินข้าวและอยู่คุยเป็นเพื่อนผู้อาวุโสทั้งสองครู่หนึ่ง ก็เห็นได้ชัดว่าไทฮองไท่เฟยยังมีเรื่องคุยกับไทฮองไทเฮาอีก จึงให้พวกนางไปพักผ่อนเร็วหน่อยอย่างอ้อมๆ
ทั้งสองคนก็ไม่โอ้เอ้