เจียงเซี่ยนนึกถึงเจียงลวี่พี่ชายของนางอย่าว่าแต่เรื่องสาวงามเลย ก่อนแต่งงานนั้นข้างกายไม่มีแม้แต่สาวใช้ที่คอยติดตามรับใช้สักคนด้วยซ้ำ แต่กลับพูดจาแบบนั้นกับนางอยู่พักหนึ่ง นางยิ้มอยู่ ขอบตาก็ค่อยๆ ชื้นขึ้นมา
เจียงเจิ้นหยวนเห็นแล้วก็ถอนหายใจในใจ
เด็กคนนี้ยังคงถูกกลั่นแกล้งในวัง
ถึงแม้เขาคิดอะไรละเอียดรอบคอบ ทว่ากลับไม่มีประสบการณ์ในการพูดคุยกับสตรี จึงยิ่งไม่รู้ว่าจะปลอบใจเจียงเซี่ยนอย่างไร ทำได้เพียงทำเป็นมองไม่เห็น และก้มหน้าลงไปดื่มชา
เจียงเซี่ยนนึกถึงชาติก่อนที่ท่านลุงรักตนเองเป็นอย่างมาก นางก็อารมณ์ดีขึ้น และหยุดหัวเราะ พลางเอ่ยต่อว่า “ข้าไปสืบเรื่องฝ่าบาทมาแล้ว ปรากฏว่าพบว่าฝ่าบาทกับแม่นมของฝ่าบาท ซึ่งก็คือแม่นมฟางเป็นชู้กัน…”
“อะไรนะ?!” เจียงเจิ้นหยวนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาแผดเสียงจนฮูหยินเจิ้นกั๋วกงสกุลฝางที่เฝ้าอยู่ในลานด้านนอกก็ได้ยิน
นางรีบเรียก “ท่านกั๋วกง” ผ่านลายฉลุหน้าต่าง ส่งสัญญาณให้สามีเบาเสียงลงหน่อย แต่ในใจกลับไม่สบายใจและกังวล ไม่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น คิดว่าหากลูกชายอยู่ก็ดี นางจะได้มีคนออกความเห็นสักคน แล้วก็คิดว่าลูกชายไม่รู้ไปทำอะไรที่ไหน นี่ก็ไม่ได้ข่าวคราวมาสองเดือนกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าอยู่ข้างนอกหนาวมากหรือหิวบ้างหรือไม่ หากนางพยายามหน่อย มีลูกชายอีกหลายคนก็ดี…นางกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติดไปชั่วขณะ
แน่นอนว่าเจียงเจิ้นหยวนที่อยู่ในห้องหนังสือไม่รู้ว่าฮูหยินของ