นมาก จนกระทั่งเขาตั้งสติได้แล้ว ก็เหมือนมีพายุลูกใหญ่พัดผ่านในดวงตา เขากวาดกาน้ำชาและถ้วยชาโลหะบนโต๊ะชาทั้งหมดลงบนพื้น ปากก็เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าที่เดิมทีก็ผอมแห้งเล็กน้อยทอประกายความโหดร้ายและหม่นหมองจนน่ากลัว
เจียงเซี่ยนไม่รู้สึกกลัว นางรู้สึกเพียงสบายใจ
ชาติก่อน จ้าวอี้ไม่ให้เกียรตินาง ลุงของนางก็ระเบิดอารมณ์ออกมาแบบนี้เช่นกัน
ดังนั้นเจียงเซี่ยนจึงเอ่ยว่า “ฝ่าบาทให้ท่านช่วยเขาปิดล้อมเฉาไทเฮา เรื่องไปถึงขั้นไหนแล้วหรือ?”
เจียงเจิ้นหยวนสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก และเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเป็นคนบอกเจ้าหรือ?”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ” เจียงเซี่ยนอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับจ้าวอี้ นางจะช่วยพูดให้จ้าวอี้ได้อย่างไร “ข้าค้นพบเอง”
เจียงเจิ้นหยวนมองใบหน้าที่สงบนิ่งและขาวราวกับหิมะของเจียงเซี่ยน แล้วปวดใจมาก
หลานสาวคนนี้ใช้ชีวิตในวังอย่างไรกันแน่? ทำไมถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้?
หากแม้แต่เจียงเซี่ยนยังรู้ได้ คนอื่นก็ต้องรู้ได้เช่นกัน
คิ้วของเจียงเจิ้นหยวนขมวดแน่นจนเป็นตัวอักษรชวน[1]
เจียงเซี่ยนรีบปลอบใจเขาว่า “ข้าโตมากับฝ่าบาทตั้งแต่เด็ก ข้ารู้นิสัยเขาดีที่สุดแล้ว ข้าเดาได้ตอนที่สืบเรื่องแม่นมฟาง ไม่อย่างนั้นพวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปี ทั้งที่เขารู้ว่าเฉาไทเฮาไม่อยากให้ข้าเป็นลูกสะใภ้ของนาง ทำไมเขาถึงพูดว่าจะแต่งงานกับข้า!”
เจียงเจิ้นหยวนนึกถึงจ้าวอี้ที่ตนเองรู้จัก และเอ่ยเสียงเบาว่า “ถูกต้อง! เขาไม่คู่ควร