หญิงที่มาแจ้งข่าวทบทวนความทรงจำอย่างละเอียด และเอ่ยว่า “เหมือนจะมีไฝอยู่เม็ดหนึ่ง…”
นั่นคือแม่นมฟางอย่างไม่ต้องสงสัย!
จ้าวอี้เคยชมนางว่าไฝนั้นเรียกว่าซ่อนมุกในพุ่มไม้[1] แล้วก็เรียกว่านกสาลิกาปากดำปีนกิ่งไม้[2] หน้าตาเป็นมงคลมากและอายุยืน
เจียงเซี่ยนก้าวออกมาทันที
ในใจของนางเหมือนฟืนที่ถูกจุดไฟเผา
ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง!
ที่แท้จ้าวสี่เป็นลูกของจ้าวอี้กับคนสกุลฟาง
เวลานี้เหล่าปริศนาที่แก้ไม่ได้ในชาติก่อนต่างได้คำตอบแล้ว
ทำไมตั้งแต่ไหนแต่ไรมานางถึงไม่เคยสงสัยเลย?
เพราะนางมั่นใจในตนเองเกินไป?
หรือเพราะนางทะนงตนเกินไป?
มิน่าเล่าเซียวหรงเหนียงสนมผู้ได้รับความโปรดปรานแต่เพียงผู้เดียวกลับยังคงหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก ไม่กล้าเงยหน้ามองคน และไม่กล้าเอ่ยปากพูดจาเช่นเดิม!
มิน่าเล่าซ่งเสียนอี๋ที่ติดตามรับใช้อยู่ข้างกายจ้าวอี้ถึงได้เสียชีวิตอย่างน่าประหลาด!
มิน่าเล่าคนสกุลฟางถึงกล้าแอบอ้างบารมีข่มเหงคนอื่นต่อหน้าตนเอง และมีเหตุผลพอที่จะเข้ามาก้าวก่ายวังทั้งหกและเรื่องภายในแคว้นได้อย่างเต็มที่!
นางกำผ้าเช็ดหน้าแน่น และเดินไปเดินมาในห้องส่วนตัวเหมือนสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในกรง ทั้งฉุนเฉียว โกรธแค้น และโมโห
ป่าไผ่นอกหน้าต่างบดบังแสงแดดของฤดูใบไม้ร่วง และสะท้อนสีเขียวเข้มไปทั่วห้อง เหมือนตำหนักใหญ่ที่แขวนผ้าม่านไหมสีเขียวเอาไว้ ทั้งมืด ชื้น และเย็นเยียบ
มือทั้งสองข้างของเจียงเซี่ยนสั่นเทา เสียงหัวเราะที่ออ