้าก็ห้ามยุ่งเรื่องของข้าอีก”
นางยิ้มพลางขานรับ “เพคะ” และออกจากตำหนักอี๋อวิ๋นไปโดยไม่หันกลับมาอีก
ตอนกลางคืน จ้าวอี้มาที่ตำหนักเล่ออี๋ที่นางอาศัยอยู่
เฉินเหม่ยเหรินที่รูปร่างผอมบางสวมเสื้อผ้าเนื้อบางคุกเข่ารอจ้าวอี้อยู่บนเตียง
จ้าวอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาในทันใด และชี้นางพลางเอ่ยว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
นางลูบภาพเป็ดแมนดารินเล่นน้ำที่ปักอยู่บนผ้าแพรเช็ดหน้าสีขาวเบาๆ และเอ่ยอย่างดูถูกว่า “หม่อมฉันเห็นฝ่าบาทก็รู้สึกขยะแขยง จึงต้องให้คนอื่นมาปรนนิบัติฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทวางพระทัยได้ หากเฉินเหม่ยเหรินให้กำเนิดลูกชาย หม่อมฉันจะอบรมเลี้ยงดูเขาเหมือนเป็นลูกชายแท้ๆ ของตนเอง ฝ่าบาทคิดว่าเฉินเหม่ยเหรินเป็นหม่อมฉันก็พอ”
จ้าวอี้สะบัดแขนเสื้อจะจากไป
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พรุ่งนี้ก็วันที่สิบห้าแล้ว ตามกฎ การประชุมข้อราชการของเช้าวันที่สิบห้านั้น ฮองเฮาจะรับการคารวะจากสตรีบรรดาศักดิ์ข้างในและข้างนอก ฝ่าบาทประทับที่ตำหนักของหม่อมฉันดีกว่า! พรุ่งนี้พวกเราสองสามีภรรยาจะได้ไปร่วมประชุมด้วยกัน”
เวลานั้นลุงของนางคุมกองบัญชาการห้าทัพและค่ายทหารภูเขาตะวันตกอยู่ เจียงลวี่พี่ชายของนางดำรงตำแหน่งแม่ทัพต้าถง หวังจ้านพี่ชายของนางอีกคนหนึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฐานที่มั่นเทียนจิน เกาหลิ่งหัวหน้าหน่วยองครักษ์เป็นคนสนิทของจ้าวอี้ ทว่าเขากินอะไรไม่ค่อยดีลงไป ตอนบ่ายจึงลางานและออกจากวังไปแล้ว
———————————-
[1] ซ่อนมุก