เสด็จพี่ไม่มีหน้า แล้วหม่อมฉันจะมีหน้าอย่างนั้นหรือ? นี่หากแพร่งพรายออกไป ไม่เพียงแต่หม่อมฉันจะถูกคนอื่นเห็นเป็นตัวตลก จวนเจิ้นกั๋วกงก็จะถูกคนอื่นเห็นเป็นตัวตลกด้วย ต่อให้หม่อมฉันไม่คิดเพื่อตนเอง ก็ต้องคิดเพื่อท่านลุงและท่านพี่ของหม่อมฉันเช่นกันเพคะ!”
บางทีชื่อของจวนเจิ้นกั๋วกงอาจจะควบคุมเขาได้
จ้าวอี้มองนางอย่างงุนงง เหมือนทำอะไรไม่ถูก
นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปหยุดอยู่ห่างจากจ้าวอี้สิบก้าว พลางเอ่ยเสียงเบาแบบที่คนสกุลฟางสามารถได้ยินได้ว่า “เสด็จพี่ หม่อมฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว หม่อมฉันขอเพียงลูกชายคนเดียว ต่อไปเสด็จพี่จะทำอะไร หม่อมฉันก็จะไม่ยุ่งทั้งนั้น แต่คนสกุลฟางจะอยู่ไม่ได้ หากนางยังอยู่ก็จะเป็นจุดอ่อนของเสด็จพี่ ชาตินี้เสด็จพี่ก็เลิกคิดที่จะเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถไปได้เลย เสด็จพี่เพิ่งจะว่าราชการด้วยพระองค์เองสามปี ทว่าคนที่ควบคุมกรมวังคือท่านปู่อ๋องเจี่ยน พอคิดว่าตอนนั้นที่ไทเฮากุมอำนาจ พวกเราใช้ชีวิตกันลำบากแค่ไหน หม่อมฉันก็ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้วเพคะ”
สีหน้าของจ้าวอี้อารมณ์ไม่มั่นคงนัก
คนสกุลฟางอยากพูดอะไรบางอย่าง คอที่ผ่านการร้องไห้และกรีดร้องเสียงดังมาเป็นเวลานานก็พูดไม่ออกเสียแล้ว
นางปรายตามองคนสกุลฟาง เลิกคิ้วขึ้น และมองอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทาย
คนสกุลฟางเกลียดจนตาแดงไปหมด
จ้าวอี้ก็เอ่ยทันทีว่า “ได้! ข้ารับปากเจ้า ข้าจะมอบลูกชายให้เจ้าคนหนึ่ง แล้วต่อไปเจ