“เข้าไปหรือไม่นั้นไม่สำคัญ” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถึงเวลานั้นพวกเจ้าหาของมาให้ข้าก็พอ”
เรื่องนี้จัดการง่าย!
หลี่เชียนรับปากอย่างเต็มปากเต็มคำ เพียงชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นชุดผ้าไหมลู่[1]สีน้ำเงินเข้มที่ตระกูลมั่งคั่งในเมืองหลวงมักจะสวมใส่ในฤดูนี้ เขาทิ้งเซียงเอ๋อร์ไว้ แล้วขึ้นรถม้าไปตรอกใต้เท้าเจิ้งกับเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนถึงได้รู้ว่าสถานที่ที่พวกเขาหยุดพักเมื่อครู่คือเรือนด้านหลังของโรงน้ำชาแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ตรอกหลัวถง
โรงน้ำชานั้นมีพื้นที่ประมาณหนึ่งหมู่[2] สูงสองชั้น สร้างแบบเจดีย์ เช้าตรู่ก็มีคนไปมาตลอดแล้ว ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง
ไม่รู้ว่านี่เป็นสถานที่ที่หลี่เชียนหามาเพื่อคุยกันชั่วคราวหรือเป็นฐานที่มั่นของตระกูลหลี่?
เจียงเซี่ยนแอบคิดในใจ และเห็นว่าหลังจากพวกเขาออกจากตรอกหลัวถงแล้วก็มีรถม้าคันหนึ่งตามอยู่ข้างหลังพวกเขา
นางมองหลี่เชียนครั้งหนึ่ง
หลี่เชียนยิ้มพลางอธิบายว่า “เป็นคนที่มาช่วยทำงาน”
เจียงเซี่ยนไม่ถามอะไรเพิ่มอีก
แต่หลี่เชียนกลับวางท่าคุยกับนาง แล้วเอ่ยว่า “ท่านต้องการหาสิ่งใดหรือ?”
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้ม และเอ่ยว่า “เจ้าไปถึงก็รู้แล้ว” แล้วพิงหมอนอิงใบใหญ่ของรถม้าหลับตาพักผ่อน
หลี่เชียนไม่อาจถามต่อไปได้อีก คิดแล้วคิดอีกก็เดาไม่ถูกว่าเจียงเซี่ยนต้องการหาอะไร
ประมาณครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็ถึงตรอกใต้เท้าเจิ้งแล้ว
ในความทรงจำของเจียงเซี่ยน ตอนที่เฉาไทเฮายังมีชีว