กมาจากประตูเสินอู่อย่างง่ายดายเช่นนี้และคิดว่าคนในวังโง่กันหมด เพียงแค่เวลาที่ทุกคนพูดมักจะต้องคิดทบทวนว่าคำนี้พูดออกไปแล้วเป็นผลดีกับตนเองหรือไม่ คนที่ล่วงเกินไปแล้วรับผิดชอบไหวหรือไม่ บางครั้งถึงจะเป็นการหลอกตนเองก็ต้องปิดหูปิดตาไว้ ไม่งั้นทั้งสองฝ่ายจะคบหากันได้อย่างไรล่ะ? เจ้าหาคนที่ความสูงใกล้เคียงกับข้าแต่งตัวเป็นข้าแบบนี้สักคน แล้วเอาป้ายคำสั่งของข้าไปฝ่ายซักล้างดีกว่า!”
หลี่เชียนรู้สึกว่าคำพูดของเจียงเซี่ยนน่าสนใจมาก เขาจึงเอ่ยอย่างสนใจมากว่า “ไม่คิดว่าในวังยังซับซ้อนเช่นนี้ด้วย ไม่แปลกที่ท่านกล้าออกจากวัง เช่นนั้นเคยถูกจับได้หรือไม่? ไทฮองไทเฮาไม่พิโรธหรือ? ท่านออกจากวังบ่อยหรือไม่? หากท่านหญิงชิงฮุ่ยถูกจับได้แล้ว จะมีปัญหาหรือไม่…”
เจ้าคนสารเลวนี่ เริ่มพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว
จับได้หรือไม่เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?
เจียงเซี่ยนขี้เกียจที่จะสนใจเขา จึงคิดแต่จะขัดจังหวะเขา และเอ่ยว่า “เจ้ามีคนแบบนี้หรือไม่? หากไม่มี พวกเราคงต้องค่อยนัดเวลากันวันหลังแล้ว วันนี้ข้าต้องกลับไปก่อนยามโหย่ว[1]”
หลี่เชียนรีบจบการสนทนา และเรียกคนที่ชื่ออวิ๋นหลินเข้ามาจัดการเรื่องนี้
เจียงเซี่ยนเคยได้ยินเรื่องคนๆ นี้
หลังจากหลี่เชียนควบคุมภาคตะวันตกเฉียงเหนือ คนๆ นี้ก็เป็นแม่ทัพด่านจวีหย่ง และเป็นขุนนางคนสนิทของหลี่เชียน
นางอดที่จะสังเกตอวิ๋นหลินมากหน่อยไม่ได้
เป็นบุรุษที่หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างปานกลางทว่ารูปร