ลับไปเจอพอดี นางจึงขอให้ข้าพานางไปสักครั้ง พี่ชายก็หยวนๆ ให้หน่อยเถอะ”
องครักษ์ที่สกุลหยางมองเจียงเซี่ยนที่หน้าตาเคร่งขรึม แล้วก็มองหลี่เชียนที่ยิ้มอย่างอบอุ่น แล้วคืนป้ายคำสั่งให้เจียงเซี่ยน แล้วเอ่ยอย่างแข็งนอกอ่อนในว่า “พวกเจ้าอย่าก่อเรื่องอะไรขึ้นมา ถึงเวลานั้นข้ารับผิดชอบไม่ไหว”
“จะเป็นไปได้อย่างไรกันเล่า?” หลี่เชียนใช้ศอกดันองครักษ์ที่สกุลหยางอย่างสนิทสนม และเอ่ยอย่างคลุมเครือว่า “ท่านวางใจเถอะ จะไม่ทำพี่น้องอย่างท่านลำบากใจอย่างแน่นอน! ไว้วันมะรืนไปดื่มเหล้ากัน”
“ดื่มเหล้าน่ะไม่ต้องแล้ว” องครักษ์สกุลหยางเอ่ย “เจ้าอย่าก่อเรื่องขึ้นมาก็พอแล้ว!” สีหน้าผ่อนคลายลงไม่น้อย
หลี่เชียนคุยกับเขาอย่างอารมณ์ดีอีกเล็กน้อยถึงบอกลา และพาเจียงเซี่ยนไปที่รถม้าของเขา
เจียงเซี่ยนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
หลี่เชียนผู้นี้คุยได้กับทุกคนจริงๆ
ราวกับหลี่เชียนรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงหัวเราะเบาๆ พลางอธิบายกับนางว่า “เพราะวันนี้ต้องออกจากวังกับท่าน กลัวว่าจะมีปัญหา จึงทำความรู้จักกับองครักษ์ที่เฝ้าประตูวังวันนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว”
เจียงเซี่ยนไม่เอ่ยสิ่งใด นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
ตอนที่นางเป็นฮองเฮาก็พบแล้วว่าท้องพระคลังว่างเปล่า เหล่าขันทีอาวุโสก็ขูดรีดกันชั้นแล้วชั้นเล่า ขันทีและนางในใช้ชีวิตอย่างลำบาก ตอนที่ในท้องพระคลังมีของหายไป นางปราบไปหลายครั้งก็ไม่ได้ผล
ตอนนั้นก็แลดูวุ่นวายแล้ว เพียงแต่นางไม่อยาก