สียงเข้มงวดเกินไปแล้ว จึงเอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วยเจ้า เจ้าอยู่ในวัง เจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ แต่ออกจากวัง…ไม่ได้…”
“งั้นพรุ่งนี้พวกเราก็ไปเที่ยวหอเหยียนชุนดีหรือไม่?” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างดื้อรั้น
ไป๋ซู่ร้อนใจจนตาแดง
ตอนเด็กๆ มีครั้งหนึ่งพวกนางเล่นซ่อนหากันที่หอเหยียนชุน เจียงเซี่ยนเดินไปซ่อนไป นางก็หาทั้งบ่าย สุดท้ายเจียงเซี่ยนหิวแล้ววิ่งออกมาเองถึงจบเกม
“ข้ามีธุระจริงๆ” เจียงเซี่ยนถอนหายใจ “เจ้าก็ช่วยข้าแค่ครั้งนี้แล้วกัน ต่อไปข้าก็จะอยู่ในวังดีๆ”
คนอื่นมองเห็นภัยอันตรายต่างก็จะหลบไป แต่หลี่เชียนกลับอาศัยคนที่มีฝีมือยอดเยี่ยมและใจกล้า เขาไม่เพียงแต่จะไปเฝ้าดูอยู่ข้างๆ อย่างนิ่งดูดายเท่านั้น ทว่าหากสนใจขึ้นมาก็จะเข้าไปร่วมด้วย
ครั้งที่แล้วที่เขาปรากฏตัวที่อุทยานหลวง นางก็น่าจะรู้สึกตัวแบบนี้ นางคิดแต่ว่าหลี่เชียนยังอายุน้อย และอาจจะต่างกับหลี่เชียนในอดีตบ้าง
นี่มันตรงกับคำพูดที่สืบทอดกันมาแต่โบราณว่า ‘ดูจากการกระทำในวัยเด็กก็รู้ได้ว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหน’ จริงๆ
ทว่าในเมื่อเขาอยากเข้ามาร่วมด้วยก็เข้ามาเถอะ!
นางก็ไม่มีคนใช้พอดี
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้ม
นี่ก็ถือว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวใช่หรือไม่?
เดิมทีนางก็แค่คิดจะสร้างความยุ่งยากให้ตระกูลหลี่ ให้โดนขัดขวางเล็กน้อย
แค่หวังให้เขารู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ อย่าตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อก็แล้วกัน
ทว่า…ตั้งแต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยให้คนทำงานเปล่าๆ