นที่เตรียมไว้ไปด้วย”
เซี่ยหยวนซีขานรับเสียงเบา “ขอรับ” แล้วเอ่ยว่า “คุณชาย ความรู้สึกของท่านถูกต้อง คนที่เฝ้าจวนชินเอินป๋อส่งข่าวมาว่า หวังจ้านกับมารดาของเขาไม่รู้อยู่ที่ไหนตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว ยิ่งกว่านั้นเจียงลวี่ซื่อจื่อของจวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่ปรากฏตัวมาเดือนกว่าแล้ว คนที่ส่งไปกองบัญชาการต้าถงก็ตอบมาแล้วเหมือนกันว่าเจี่ยงลวี่ไม่อยู่ที่ต้าถง ช่วงนี้ค่ายทหารภูเขาตะวันตกก็เปลี่ยนผลัดป้องกันบ่อยเช่นกัน จนหากฎระเบียบอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ ข้าสั่งการลงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็คิดหาทางเอารายชื่อขององครักษ์จนถึงสิ้นเดือนนี้มาให้ได้…”
หลี่เชียนตอบ “อืม” คำเดียว ใบหน้าที่ตีหน้าขรึมนั้นเย็นชาและจริงจัง แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า “ก็คอยดูว่าจะได้ข่าวอะไรมาจากท่านหญิงเจียหนานบ้างหรือไม่” เขาพูดไปก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ และเอ่ยว่า “ส่วนท่านพ่อ คิดหาทางให้หวังไหวอิ๋นอยู่กับเขาดีกว่า เอาไว้ใกล้จะจบเรื่องแล้วค่อยบอกเขา เขาจะได้ไม่กังวล”
เซี่ยหยวนซีขานรับ
หลี่เชียนกับเซี่ยหยวนซีกลับตรอกหมวกแล้ว เขาก็กลับมาระบายรอยยิ้มเต็มหน้าอีกครั้ง
แต่ไป๋ซู่กลับกำลังเป็นห่วงเจียงเซี่ยน “เป่าหนิง เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ตอนแรกเจ้าก็ออกไปกับหวังจ้านรอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้จะออกไปกับหลี่เชียนที่ไม่รู้จักด้วยซ้ำอีก หากเกิดเรื่องขึ้นจะทำอย่างไร? เรื่องนี้ข้าตามใจเจ้าไม่ได้ หากพรุ่งนี้เจ้าออกไป ข้าจะทูลไทฮองไทเฮา” พอเอ่ยถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าน้ำเ