่วก็ได้ หากไทฮองไทเฮาไม่อนุญาต ข้าก็มีวิธีของข้าเอง!”
“ไม่ได้!” ไป๋ซู่รีบเอ่ย “นี่มันโทษฐานหลอกลวงฝ่าบาท!”
เจียงเซี่ยนไม่ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว
หลี่เชียนยิ้มอย่างสดใสมากขึ้น และเอ่ยกับเจียงเซี่ยนและไป๋ซู่เสียงดังว่า “ท่านหญิงทั้งสอง งั้นพวกเราก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เช้ายามซื่อ[1]ข้ามารับพวกท่านดีหรือไม่?”
“ได้!” เจียงเซี่ยนพยักหน้า แล้วลากไป๋ซู่เข้าไปในประตูใหญ่ของวังฉือหนิงโดยไม่หันกลับมาอีก
หลี่เชียนมองเงาร่างของทั้งสองคนที่อยู่ไกลออกไป แล้วเดินออกจากวังอย่างสบายใจและมีความสุข และกลับตรอกหมวก
เซี่ยหยวนซีรอเขาอยู่ใต้ต้นฉัตรจีนต้นใหญ่หน้าตรอก
พอเห็นรถม้าของหลี่เชียน เขาก็โบกมือ
รถม้าจอดแล้ว เซี่ยหยวนซีก็กระโดดไปบนขึ้นรถม้า
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไม หวังไหวอิ๋นรออยู่ในห้องข้าจะเฝ้าดูและเร่งให้ข้าเขียนฎีกาให้ราชสำนักหรือ?”
“ใช่น่ะสิขอรับ!” เซี่ยหยวนซียิ้ม
หลี่เชียนก็ยิ้มเช่นกัน
ในรอยยิ้มเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
คนอย่างพวกเขาพึ่งพาอาศัยคนที่สอบเข้าขุนนางหรือ?
ต่อให้สอบได้จวี่เหรินแล้วอย่างไร?
“พวกเราอ้อมตรอกไปรอบหนึ่ง” หลี่เชียนสั่งองครักษ์ที่ขับรถให้เขา
องครักษ์ขานรับ
ม้าเข้าไปในตรอกเล็กที่อยู่ข้างๆ
หลี่เชียนเอ่ยกับเซี่ยหยวนซีเสียงเบาว่า “ข้าคุยกับท่านหญิงเจียหนานแล้ว พรุ่งนี้นางจะตามข้าไปที่ฝ่ายซักล้าง เพราะไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นนางจะพูดอะไรบ้าง ดังนั้นต้องเอาเสื้อคลุมนกยูงไหมทองตัวนั้