ซู่ไม่ได้ สายตาทอประกายแปลกๆ
ไป๋ซู่ไม่เห็น
สภาพจิตใจที่เคร่งเครียดของนางถึงผ่อนคลายลง นางคุยกับจ้าวอี้อีกเล็กน้อย ไทฮองไท่เฟยก็มาแล้ว
ทุกคนคารวะกัน และไทฮองไทเฮาก็เสนอความเห็นให้เล่นไพ่
จ้าวอี้ขานรับอย่างคึกคัก
เจียงเซี่ยนคิดถึงท่าทีของจ้าวอี้เมื่อครู่ ก็ยังไม่กล้าให้ตนเองกับเฉาเซวียนว่างอยู่ข้างๆ จริงๆ นางจึงอาสาเล่นเป็นเพื่อนและร่วมโต๊ะไพ่
ไทฮองไทเฮา ไทฮองไท่เฟย เจียงเซี่ยนและจ้าวอี้ก็รวมได้โต๊ะหนึ่ง
ไป๋ซู่นั่งอยู่ข้างไทฮองไทเฮาและช่วยไทฮองไทเฮาดูไพ่ แต่เฉาเซวียนนั่งอยู่ข้างกายจ้าวอี้
ถึงแม้ทั้งสองคนต่างอยู่บนโต๊ะ ทว่ากลับไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย
ต่อสู้กันหลายครั้ง เจียงเซี่ยนชนะสามตารวด
จ้าวอี้จะเลี้ยงเจียงเซี่ยน “…จัดงานเลี้ยงที่หอเหยียนชุน”
หอเหยียนชุนอยู่ที่สวนดอกไม้ของวังฉือหนิง ลักษณะภายนอกสองชั้น ความจริงแล้วมีสามชั้น แล้วก็มีชั้นลอยที่สว่างและมืด มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาว่า ‘เขาวงกต’
ตอนเด็กเจียงเซี่ยนกับจ้าวอี้มักจะเล่นซ่อนหากันในหอเหยียนชุน
เจียงเซี่ยนไม่อยากคิดมาก จึงยิ้มและตอบตกลง และยังถามจ้าวอี้ “อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ไม่งั้นพวกเราย่างเนื้อกินกันในหอเหยียนชุนเถอะ?”
จ้าวอี้พูดว่าดีหลายครั้งติดกัน และเชิญไทฮองไทเฮาไปด้วยกัน
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ และปรึกษากับพวกจ้าวอี้และไป๋ซู่ว่าจะเลี้ยงอย่างไร
เฉาเซวียนถูกเมินอยู่ข้างๆ ก็ไม่โกรธเช่นกัน เขาค่อยๆ ดื่มชา และรอจ้าวอี