้ลุกขึ้นขอลา เขาก็ลุกขึ้นยืนตามไปด้วย
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ส่งจ้าวอี้กับเฉาเซวียนออกไปข้างนอก
หน้าประตู เจียงเซี่ยนเห็นหลี่เชียนที่รูปร่างผอมเพรียวกำลังพูดคุยอยู่กับเสี่ยวผานจึขันทีคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายจ้าวอี้ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
นางอดที่จะเลิกคิ้วไม่ได้
หลี่เชียนตีหน้าขรึมแล้วถอยไปข้างๆ น้อมส่งจ้าวอี้ออกไปข้างนอก
เฉาเซวียนก็ส่งสายตาให้หลี่เชียน
หลี่เชียนยิ้มให้เฉาเซวียน
ทว่าจ้าวอี้กลับมองไปตามสายตาของเฉาเซวียน
หลี่เชียนหน้าตาโดดเด่นมาก ถึงในหน่วยองครักษ์บ้างก็หล่อเหลาบ้างก็ห้าวหาญ รอยยิ้มที่สดใสและองอาจของเขาราวกับวันในฤดูร้อน ซึ่งสว่างไสวและแวววาว ก็ทำให้คนเห็นแล้วยากที่จะมองข้ามไปได้
จ้าวอี้หรี่ตาเล็กน้อย และถามเฉาเซวียน “นั่นใครน่ะ?”
เฉาเซวียนตอบอย่างนอบน้อม “หลี่จงเฉวียนหลี่เชียนบุตรชายของหลี่ฉางชิงแม่ทัพฝูเจี้ยน เป็นองครักษ์อยู่ที่วังคุนหนิงพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวอี้เงียบไปหลายอึดใจ และยิ้มพลางเอ่ยว่า “ให้เขามาให้ข้าดูหน่อย”
เฉาเซวียนรีบกวักมือเรียกหลี่เชียนมา
หลี่เชียนสายตาแน่วแน่ และคุกเข่าลงคำนับจ้าวอี้
ท่าทางของเขาช่ำชองและคล่องแคล่ว มีความธรรมชาติและอิสระ
จ้าวอี้ยิ้มออกมา และถามเขาอย่างสนใจมาก “ได้ยินพี่ข้าบอกว่า เจ้ารับใช้อยู่ที่วังคุนหนิงหรือ! แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่วังฉือหนิงล่ะ?”
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตำหนักอู่อิงมีคนลา ใต้เท้าจ้าวจึงย้ายกระหม่อมมาทางนี้ชั่วครา