ือเปล่า? หากเจ้าไม่อยากบอกข้า ก็ส่งข้าไปทำเรื่องบางเรื่องให้เจ้าก็ได้ ข้าจะไม่ถามเจ้า”
ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ ไป๋ซู่ก็ยืนอยู่ข้างนางเสมอ
นางจึงยิ่งทำให้ไป๋ซู่กับตระกูลไป๋เดือดร้อนไม่ได้
นัยน์ตาของเจียงเซี่ยนชื้นเล็กน้อย นางฝืนกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้แล้วกอดไป๋ซู่ พลางเอ่ยเสียงแหบว่า “ข้ายังคิดอยู่ เอาไว้ตัดสินใจได้แล้วค่อยให้เจ้าช่วย”
ไป๋ซู่รู้ว่าปกตินางดูทำอะไรตามใจตนเอง ทว่าหากเป็นเรื่องการตัดสินใจกลับต้องทำให้ได้ ดังนั้นไป๋ซู่จึงไม่เร่งนาง และกอดตอบนางทีหนึ่ง พลางกำชับนางอีกครั้ง “เจ้าต้องจำไว้นะ พวกเราเป็นพี่น้องที่สนิทกัน มีอะไรก็ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน”
เจียงเซี่ยนพยักหน้าติดกันหลายครั้ง
ฉิงเค่อเข้ามาเอ่ยว่า “ท่านหญิง ฝ่าบาทกับเฉิงเอินกงมาแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยว่า “พวกเขามาทำไม?”
เวลานี้คนที่นางเกลียดที่สุดคือจ้าวอี้ นางไม่อยากทำตัวสุภาพกับเขา
ฉิงเค่อเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเสด็จมาคารวะไทฮองไทเฮา ส่วนเฉิงเอินกงรับคำสั่งจากไทเฮาให้นำขนมฝูมาให้ท่านเจ้าค่ะ บอกว่าจิ้งไห่โหวให้คนส่งเข้าเมืองหลวงมาอย่างด่วนที่สุด”
ขนมฝูของฝูเจี้ยนก็คือลูกพลับแห้ง เพราะหน้าตาขนมสวยและหวาน เฉาไทเฮาชอบมาก ทุกครั้งที่ถึงฤดูนี้จิ้งไห่โหวก็จะให้คนส่งมาเป็นของบรรณาการ
เจียงเซี่ยนยิ่งรู้สึกไม่สบายใจแล้ว
ตอนที่นางเป็นไทเฮานั้น จิ้งไห่โหวไม่ได้ประจบเอาใจขนาดนี้ จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไ