หลี่เชียนรู้สึกว่าเซี่ยหยวนซีกับเขาคิดไปในทางเดียวกันแล้ว
แต่เขาคิดวกไปวนมาก็คิดไม่ออกว่าในนี้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน จึงเอ่ยไปว่า “งั้นก็ให้อวิ๋นหลินตามหวังจ้าน ห่านป่าบินผ่านไปจะต้องทิ้งร่องรอยไว้ เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว อย่างไรก็จะต้องทิ้งช่องโหว่ไว้ แค่ดูว่าคนๆ นี้จะมองช่องโหว่ออกหรือไม่ก็เท่านั้น”
อวิ๋นหลินเป็นองครักษ์ประจำตัวหลี่เชียน ลูกศิษย์ฆราวาสของสำนักบู๊ตึ๊ง วิชาตัวเบาโดดเด่นมากทีเดียว
เซี่ยหยวนซีได้ยินแล้วก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “จะส่งคนไปตามหลิวชิงหมิงหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ต้อง” หลี่เชียนยิ้มพลางเอ่ยว่า “หากเขารู้ความจริงของเรื่องราว หวังจ้านก็จะไม่สวมเครื่องแบบของขันทีไปฝ่ายซักล้างแล้ว เรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านหญิงเจียหนานมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?”
เซี่ยหยวนซีเอ่ยว่า “แล้วทางใต้เท้านั้น?”
“หลายวันนี้ก็ทำงานพอเป็นพิธีไปก่อน” หลี่เชียนเอ่ย “ท่านพ่อได้รับอิทธิพลจากท่านฝูอวี้มากเกินไป ข้าคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีนัก การมาเมืองหลวงก็ย่อมมีข้อดีที่มาอย่างแน่นอน แต่ตระกูลหลี่ของข้ามาจากตระกูลโจร ต่อให้จับล้างน้ำคนทั้งสามรุ่น ก็เป็นตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจไม่ได้อยู่ดี แทนที่จะแข่งข้อดีข้อเสียกับลูกหลานตระกูลขุนนางพวกนั้น สู้ตั้งมั่นรักษาชายแดนและสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความดีความชอบทางการรบดีกว่า”
เรื่องนี้เซี่ยหยวนซีกับหลี่เชียนคิดเหมื