อนกัน
เขาอดที่จะโล่งอกไม่ได้
หลี่เชียนสนิทกับหลี่ฉางชิงผู้เป็นบิดามาก เขากลัวว่าหลี่เชียนจะเชื่อฟังคำสั่งของหลี่ฉางชิงทุกอย่าง
ตอนนี้ดูเหมือนหลี่เชียนจะดูเป็นคนโอนอ่อนผ่อนตามและว่าง่าย ทว่าเขากลับมีความคิดเป็นของตนเอง
หลี่เชียนรู้ว่าเซี่ยหยวนซีกังวลอะไร จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มราวกับปลอบใจเขาว่า “ท่านพ่อแค่ติดอยู่ที่ฝูเจี้ยนมาหลายปี จึงรู้สึกร้อนใจเล็กน้อยเท่านั้น สุดท้ายแล้วควรจะทำอย่างไร เขารู้ดีอยู่แก่ใจ ยิ่งกว่านั้นยังมีข้าคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ไม่ว่าอย่างไรตระกูลหลี่ก็จะไม่อยู่เมืองหลวงต่อ”
เซี่ยหยวนซีพยักหน้ายิ้ม นึกถึงครั้งแรกที่เจอหลี่เชียน หลี่เชียนกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนพื้นใต้ต้นฉัตรต้นใหญ่อย่างมีความสุขกับจ้าวเซี่ยวซื่อจื่อจิ้งไห่โหว ดูเหมือนนักแสดงศิลปะอย่างพวกศิลปะพื้นบ้านหรือกายกรรม เขาคิดว่าหลี่เชียนเป็นแค่คุณชายตระกูลร่ำรวยที่มีนิสัยร่าเริง จริงใจและตรงไปตรงมาเท่านั้น พอค่อยๆ รู้จักกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดเหล่านั้นที่หลี่เชียนเอ่ยกับเขาตอนที่หลี่เชียนอยากให้เขาทำงานติดตามหลี่เชียน โดยเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของหลี่เชียน และสังเกตเห็นว่าหลายปีนี้หลี่เชียนซ่อนตัวอยู่หลังหลี่ฉางชิงและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของหลี่ฉางชิงอย่างลับๆ ก็รู้ว่าหลี่เชียนเป็นคนที่ติดตามได้
“อย่างนั้นข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เซี่ยหยวนซีกับหลี่เชียนปรึกษาสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้กันอย่างละเอียด
ส่วน