เสินอู่ไปอย่างเร็วมาก สวนกับรถม้าหลังคาแบนที่ล้อมด้วยม่านผ้าดิ้นสีเหลืองเข้ม
รถม้าหลังคาแบนหยุดจอดอย่างรวดเร็ว หลี่เชียนเลิกม่านขึ้นและยื่นหน้าออกมา มองไปยังรถม้าม่านผ้าดิ้นสีแดงและน้ำเงินที่อยู่ไกลๆ แล้วเอ่ยว่า “หือ นั่นรถม้าของตระกูลชินเอินป๋อไม่ใช่หรือ?”
ชายที่ขับรถดูอายุราวสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีน้ำตาล คิ้วดกดำและปากหนา ท่าทางซื่อสัตย์จงรักภักดี
พอได้ยินที่หลี่เชียนเอ่ย เขาก็หันกลับไปมองครั้งหนึ่ง สายตายาวไกลและเฉียบคม พลางเอ่ยว่า “เป็นรถม้าของตระกูลชินเอินป๋อขอรับ”
หลี่เชียนเงียบไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยว่า “เว่ยสู่ ข้าจำได้ว่าวันนี้หวังจ้านซื่อจื่อชินเอินป่อเหมือนไม่เข้าเวร…”
ชายที่ถูกเรียกว่าเว่ยสู่คิดแล้วก็เอ่ยว่า “นายน้อย วันนี้หวังจ้านซื่อจื่อชินเอินป๋อหยุด พรุ่งนี้เที่ยงถึงจะมีเวรขอรับ”
หลี่เชียนได้ยินก็ขมวดคิ้ว และเอ่ยว่า “เว่ยสู่ บอกเจ้าตั้งกี่ครั้งแล้ว ที่นี่คือเมืองหลวง จะเรียกข้าว่านายน้อยอีกไม่ได้ จะเรียกก็เรียกคุณชาย”
เว่ยสู่ทำเสียง “เหอะ” เบาๆ เหมือนไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังเรียก ‘คุณชาย’ อย่างเชื่อฟัง
หลี่เชียนพยักหน้าอย่างพอใจ สายตาทอประกาย และสั่งเว่ยสู่ “ตามรถม้าของตระกูลชินเอินป๋อไป…พวกเราก็ไปดูสักหน่อยเถอะ!”
เว่ยสู่แปลกใจ และพึมพำว่า “คุณชาย ยามอู่[1]ท่านต้องไปที่วังคุนหนิงนะขอรับ”
“ไม่เป็นไร” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากเวลาไม่พอ พวกเร