ป็นแทบตาย
เจียงเซี่ยนอดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “ปรากฏว่าไทเฮาคิดว่าอู๋เยี่ยนเต้านั่นเดินทัพและจัดวางกำลังทหารเก่งมากจริงๆ เสียด้วย จึงเรียกลุงของข้ากลับมาจากต้าถง และให้เขาไปสู้รบกับชนกลุ่มน้อยทางเหนือ…”
แล้วถูกชนกลุ่มน้อยทางเหนือบุกโจมตีมาอย่างเร็วมาก โจมตีติดต่อกันสามเมือง จนเกือบจะตีเข้ามาในเมืองหลวง
เฉาไทเฮาจำเป็นต้องไปเชิญเจียงเจิ้นหยวนที่จวนเจิ้นกั๋วกงให้ออกรบด้วยตนเอง และมอบตราพยัคฆ์ของค่ายทหารภูเขาตะวันตกให้เจียงเจิ้นหยวน
อู๋เยี่ยนเต้าถูกประหารทั้งตระกูล
หวังจ้านมองพลางยิ้มอย่างจนใจ แล้วเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าอย่าใส่ใจกับเรื่องพวกนี้เลย หากไม่ใช่ว่าอู๋เยี่ยนเต้ายโสโอหังจะแข่งกับท่านลุงเจียง จะนำทหารไปต้านชนกลุ่มน้อยให้ได้ อู๋เยี่ยนเต้าก็คงจะไม่มีจุดจบแบบนี้…ถึงอย่างไรราชสำนักในเวลานี้ก็มีคนที่ไร้ความสามารถเยอะ…พึ่งพาอาศัยขุนนางที่ซื่อสัตย์คนสองคน ถึงอย่างไรกำลังของคนๆ เดียวก็ยากที่จะประคับประคองสถานการณ์ทั้งหมดได้…”
เจียงเซี่ยนนิ่งเงียบ
นางเคยเป็นไทเฮาที่สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ จึงรู้สึกได้มากกว่าหวังจ้าน
ราขสำนักนี้ไม่มีทางช่วยได้แล้วจริงๆ หรือ?
หากนี่เป็นชะตาลิขิต พวกนางจะเลือกทางไหนดี?
หวังจ้านบอกลากับเจียงเซี่ยนหน้าประตูวังฉือหนิง “เจ้าก็อย่าเพิ่งทำอะไรเอง รอข่าวจากข้า อย่างมากก็ในสองวันนี้ข้าจะพาเจ้าไปเจอเซียวหรงเหนียงคนนั้น”
เจียงเซี่ยนเก็บความรู้สึกที่งุนงงขึ้นมา แล้