ไป๋ซู่ก็หัวเราะเช่นกัน “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าไทเฮาเคยพระราชทานขนมถั่วแดงให้เจ้าตอนไหน? แล้วเจ้าชอบกินหรือไม่…”
เจียงเซี่ยนฟังอยู่ รอยยิ้มก็ค่อยๆ จืดจางลง
นั่นสิ!
เฉาไทเฮาเคยพระราชทานขนมถั่วแดงให้นางตอนไหน แล้วนางชอบกินขนมถั่วแดงตั้งแต่เมื่อไร
ในวังนี้ จริงหรือเท็จ เท็จหรือจริง ใครจะบอกได้ชัดเจน เรื่องทุกเรื่อง คำพูดทุกคำ ก็มีอยู่เพียงเพราะความจำเป็นเท่านั้น ใครจะไปสนว่าจะพูดจริงหรือหลอกลวง
พอคิดแบบนี้ เจียงเซี่ยนก็ท้อใจเล็กน้อย
ไป๋ซู่คิดไปในทางเดียวกับเจียงเซี่ยนแล้ว จึงไม่อยากพูดอะไรไปชั่วขณะเช่นกัน แล้วเอ่ยด้วยอารมณ์หดหู่ว่า “หลี่เชียนนั่นรับใช้วังคุนหนิง”
เจียงเซี่ยนรู้แล้ว
ไม่รู้ว่าชาตินี้หลี่เชียนจะหนีการควบคุมของโชคชะตาได้พ้นหรือไม่?
ตนเองรีบแสวงหาฐานะและผลประโยชน์แบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่?
ทันใดนั้นแม้แต่ใจที่โจมตีและแก้แค้นหลี่เชียนของนางก็เหมือนจะด้านชา
ทั้งสองคนพิงอยู่บนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างอย่างเงียบๆ ในสีหน้าต่างมีความเหงาอยู่เล็กน้อย
ท่ามกลางความเงียบเหงานั้น ไป่เจี๋ยเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา และรายงานเสียงเบาว่า “ท่านหญิง ซื่อจื่อชินเอินป๋อให้คนมาถามว่าตอนบ่ายท่านว่างหรือไม่? เจอกันใต้ต้นไป่โบราณนั้นในอุทยานหลวงได้หรือไม่? เขามีเรื่องจะคุยกับท่านเจ้าค่ะ”
ได้ข่าวของเซียวหรงเหนียงแล้วอย่างนั้นหรือ?
เจียงเซี่ยนร่าเริงขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นมานั่งและสั่งไป่เจี๋ย “ตอนบ่า