ยข้าว่าง เจ้าไปตอบซื่อจื่อว่าตอนบ่ายเจอกันตรงนั้น แล้วก็ให้เงินคนที่มาส่งข่าวไปสักหน่อย”
ไป่เจี๋ยยิ้มพลางขานรับ “เจ้าค่ะ” แล้วถอยออกไป
ไป๋ซู่เห็นเจียงเซี่ยนยิ้มตลอด ก็ลากเสียงยาวเอ่ยว่า “เป่า-หนิง-นี่-จะ-ไป-เจอ-พี่-ชาย-หรือ!”
เจียงเซี่ยนไม่อยากทำให้นางหัวเราะ จึงเลิกคิ้วอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอ่ยว่า “เจ้าก็อย่ามัวแต่คิดถึงท่านพี่ของข้าอยู่เลย เสด็จยายตั้งใจอยากให้ตระกูลหวังเป็นตระกูลมั่งคั่งที่ว่างงานและมีอิสระ คนที่เติบโตในวังอย่างข้ากับเจ้า สะดุดตาเกินไป ไม่เหมาะกับตระกูลหวัง”
ไม่อย่างนั้นทำไมท่านยายถึงไม่คิดที่จะให้นางแต่งงานกับท่านพี่อาจ้านล่ะ!
เห็นๆ อยู่ว่าท่านพี่อาจ้านหล่อเหลาและอ่อนโยน เอาใจใส่และจริงใจ…
เจียงเซี่ยนส่ายหน้า รีบลืมความคิดนี้ไปให้หมด แล้วเริ่มเตรียมเครื่องประดับกับเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเจอหวังจ้านตอนบ่าย
ไป๋ซู่ดูนางแต่งตัว นานมากทีเดียวกว่าจะเอ่ยว่า “เป่าหนิง ข้ารู้สึกว่าเฉาเซวียนไม่ชอบข้า”
“แล้วเจ้ายังชอบเขาหรือไม่?” เจียงเซี่ยนหยิบเสื้อคลุมยาวลายเปี้ยนตี้จินแฝงลายลูกพลับสี่ลูกสีชมพูมาทาบบนตัว
ไป๋ซู่คิดถึงใบหน้าแดงเลือดฝาดที่แวววาวเหมือนผ้าไหมที่มีลายหลากสีสัน และอดที่จะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำไม่ได้ว่า “ชอบ…”
“นั่นก็พอแล้วนี่นา!” เจียงเซี่ยนมือซ้ายถือกระโปรงปักลายสีขาว มือขวาถือกระโปรงแปดจีบสีเขียวมันปักลายดอกอวี้หลาน[1]สีชมพู ถามนาง “ตัวไหนสวย?”
ไป๋ซู่ชี้ไปที่กระโปรงปักลาย