จ้านมีปมในใจ จึงปล่อยหวังจ้าน เพราะไม่อยากให้หวังจ้านลำบากใจ จึงหยุดยืนข้างต้นตงชิง[3] แล้วเอ่ยว่า “เดิมทีข้าคิดว่าหากนางไม่ใช่นางในหรือนางในระดับสูงของวังคุนหนิงก็น่าจะเป็นคนรับใช้ที่วังเฉียนชิง แต่ใครจะรู้ว่าจะไม่เจอตัวคนๆ นี้ที่สองวังนี้เหมือนกัน ท่านช่วยตามหาตัวคนๆ นี้อย่างเงียบๆ”
หวังจ้านได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว และเอ่ยอย่างกังวลว่า “เจ้าไปก่อเรื่องอะไรมาหรือ? เจ้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าฟังแล้วกัน หากข้าไม่มีทางช่วยเจ้าได้ จะไปขอร้องเจิ้นกั๋วกงเอง เจ้าไม่ต้องกังวล แล้วก็อย่าทำอะไรตามใจตนเองด้วย หลายวันนี้ฝ่าบาทกำลังพิโรธไทเฮา เจ้าอาจจะถูกดึงไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัวได้”
ไม่ว่านางจะทำอะไร ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาหวังจ้านก็ไม่เคยตวาดนางเลย
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้มนานมาก “ข้าไม่ใช่เด็ก ท่านเชื่อใจข้าได้หรือไม่!” แล้วยิ้มเล็กน้อย และเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ทำไมข้าถึงต้องตามหาเซียวหรงเหนียง เวลานี้ยังบอกท่านไม่ได้ ท่านก็ไม่ต้องถามมาก แล้วก็ไม่ต้องคิดว่านางล่วงเกินอะไรข้าเช่นกัน ข้าเพียงแค่อยากหาคนที่ชื่อเซียวหรงเหนียงนี้ให้เจอเท่านั้น”
หวังจ้านลังเล
เจียงเซี่ยนจึงจำเป็นต้องเอ่ยว่า “ท่านพี่อาจ้าน นอกจากท่าน ข้าก็ไม่มีใครให้ขอร้องได้แล้ว”
หวังจ้านจึงจำเป็นต้องรับปาก
เจียงเซี่ยนต้องการให้เขาสาบาน “เรื่องนี้ท่านห้ามบอกใครทั้งนั้น ท่านพี่อาลวี่ถามท่าน ท่านก็ห้ามบอกเช่นกัน”
ท่านพี่อาลวี่คือเจียงลวี่ลู