กพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายคนโตของเจียงเซี่ยน อายุเท่ากับหวังจ้าน และทั้งสองสนิทกันมาก
หวังจ้านเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อาลวี่ไปฐานที่มั่นเทียนจิน หลายวันนี้ไม่อยู่เมืองหลวง”
ฐานที่มั่นเทียนจิน!
หากเป็นชาติก่อนเจียงเซี่ยนคงจะไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรอย่างแน่นอน ทว่าเจียงเซี่ยนที่เคยเป็นไทเฮากลับรู้ว่า ฐานที่มั่นเทียนจินเป็นฐานที่มั่นระดับหนึ่งที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด และขึ้นตรงต่อกองบัญชาการทัพหลัง มีกำลังทหารหนึ่งหมื่นหกพันกว่านาย หากเดินทางอย่างเร็วที่สุด ไม่ถึงสี่ชั่วยาม[4]ก็จะถึงเมืองหลวง และเจียงเจิ้นหยวนท่านลุงของนางก็เป็นแม่ทัพภาคแห่งกองบัญชาการทัพหลังพอดี ขอเพียงได้ตราทหาร[5]ของกรมกลาโหมมาก็สามารถนำทัพจากฐานที่มั่นเทียนจินขึ้นเหนือได้
เจียงเซี่ยนกลัวมาก นางถามหวังจ้าน “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าท่านพี่อาลวี่ไปฐานที่มั่นเทียนจิน?”
“ข้าบังเอิญได้ยินท่านพ่อพูด” หวังจ้านตอบอย่างไม่รู้อะไรทั้งนั้น “ท่านพ่อสั่งข้าว่าห้ามบอกคนอื่น”
“ถ้าอย่างนั้นท่านมาบอกข้าทำไม?” เจียงเซี่ยนจ้องหวังจ้านตาโต
หวังจ้านหน้าแดง แล้วเอ่ยว่า “เจ้า…เจ้าไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย!”
มิน่าเล่าไทฮองไทเฮาถึงไม่อนุญาตให้ชินเอินป๋อเข้าไปมีส่วนร่วมในงานของราชสำนัก และต้องสนับสนุนให้ตระกูลเจียงรับตำแหน่ง
หากเป็นนาง นางก็จะให้ชินเอินป๋อคอยอยู่ข้างๆ เฉยๆ เช่นกัน
นางจำเป็นต้องให้หวังจ้านสาบานอีกครั้ง “ไม่ว่าจะเป็นทางที่ท่าน