เจียงเซี่ยนคิดฟุ้งซ่าน และหลับไปอย่างงุนงง
ตื่นมาวันรุ่งขึ้น ก็ไม่รู้ว่าฝนหยุดไปตั้งแต่เมื่อไรแล้ว
พระอาทิตย์เผยหน้าออกมาเสี้ยวหนึ่ง และสาดส่องไปบนกิ่งไม้และใบไม้สีเขียวเข้มเป็นมันขลับ ความสะอาด ความเย็นสบาย และความสดชื่น ทำให้คนมองรู้สึกสบายใจขึ้นตามไปด้วย
นกขมิ้น นกแก้ว และนกขุนทองร้องเสียงสูงเสียงต่ำขึ้นลงอย่างไพเราะอยู่ใต้ชายคา
เจียงเซี่ยนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วชี้เครื่องประดับผมรูปดอกชบาสีชมพูในกล่องเครื่องประดับที่นางในถืออยู่
นางในที่หวีผมรีบทำความเคารพและหยิบเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ชิ้นนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วเสียบให้นางตรงขมับ
ไป๋ซู่ปิดปากหาวครั้งหนึ่ง นางนั่งอยู่บนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างข้างหนึ่ง แล้วถามนางในที่กำลังชงชาให้นางอย่างคล่องแคล่ว “เช้านี้มีอะไรกินหรือ? ไทฮองไท่เฟยมาหรือยัง?”
นางในคนนั้นท่าทางอายุเพียงสิบสองสิบสามปี หน้ากลมขาวนวลมาก และแลดูมีความสุขมาก
นางวางชาที่ชงเสร็จแล้วลงใกล้มือไป๋ซู่ พลางเอ่ยโดยยิ้มตาหยีว่า “ไทฮองไท่เฟยมาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ห้องเครื่องทำข้าวต้มข้าวเจ้า ข้าวต้มข้าวเหนียวดำเม็ดบัว ข้าวต้มซี่โครงผักดำ ข้าวต้มลูกเดือยปลิงทะเล หมั่นโถวหน้าแตก หมั่นโถวเงินทอง…” นางแจ้งชื่ออาหารด้วยเสียงดังอันกังวาน ราวกับระฆังเงิน ไพเราะมาก
ไป๋ซู่อดที่จะยิ้มขึ้นมาไม่ได้ แล้วเอ่ยว่า “ดูปากเจ้าเถอะ ไม่ทำให้ชื่อนี้ผิดหวังจริงๆ”
เสี่ยวเชว่รีบเอ่ย