ไปเลย
ถึงจะทำความผิดร้ายแรงก็แค่ตายเท่านั้น
ไม่ใช่ว่านางไม่เคยตายเสียหน่อย!
เจียงเซี่ยนถอนหายใจยาวเหยียด
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าความรู้สึกที่มีความสุขที่สุดและเสียใจที่สุดตั้งแต่ฟื้นคืนชีพมาต่างสงบลง
ทว่าไป๋ซู่กลับตกใจกับความกะทันหันของเจียงเซี่ยนจนเกือบจะสูญเสียการควบคุม นางรีบลุกขึ้นมานั่งตามแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเป็นอะไรไป? หิวน้ำหรือ? เดี๋ยวข้าเรียกให้ติงเซียงเอาโคมไฟเข้ามา เจ้าก็สวมเสื้อคลุม เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ลมกลางคืนหนาวไปถึงกระดูก โดนลมแล้วจะแย่เอา”
นางแหวกม่านเตียงแล้วยื่นศีรษะออกไป
เจียงเซี่ยนเช็ดหน้า น้ำเต็มมือ
ไป๋ซู่เป็นแบบนี้เสมอ เป็นเหมือนพี่สาวของนาง ตอนที่นอนด้วยกันกับนางก็จะต้องนอนด้านนอก มีอะไรก็จะคอยดูแลนางทุกอย่าง
นางเอ่ยเสียงแหบว่า “ให้พวกนางตักน้ำร้อนมาล้างหน้าให้ข้าเถอะ!”
ไป๋ซู่ถึงเห็นว่าบนหน้าเจียงเซี่ยนล้วนแล้วแต่เป็นน้ำตา
“เจ้าเป็นอะไรไป?” ไป๋ซู่ดึงมือนางมาอย่างร้อนใจ
“ข้าไม่เป็นไร” เจียงเซี่ยนมองถุงหอมดอกเก๊กฮวยที่แขวนอยู่ตรงมุมม่าน พลางถามไป๋ซู่ด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าอยากแต่งงานกับเฉาเซวียนหรือ?”
ไป๋ซู่ลนลานไปอีกพักหนึ่ง “ไม่ ไม่ใช่ เจ้าอย่าคิดซี้ซั้ว จะทำให้คนอื่นหัวเราะได้ ข้าเจอเฉิงเอินกงเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง…”
“แต่เจ้าไม่ได้พูดว่าที่บ้านไม่เห็นด้วย ไม่ได้พูดว่าผิดกฎต้องห้ามในวังและเสียชื่อเสียง กลับพูดแค่ว่ากลัวคนหัวเราะ” เจียงเซี่ยนเอ่ยตรงๆ “‘คนอ