แค่เสมอกับนาง ยากจะสังหารให้สิ้น หรือนับประสาอะไรกับการจับเป็น
แต่การต่อสู้ของผู้ฝึกตนนั้น…ย่อมวัดกันที่ผลลัพธ์สุดท้าย
และผลลัพธ์คือเขาชนะ!
พลันนั้น ร่างเย่กูเยว่ก็เปล่งแสงรุ่งโรจน์ห่อหุ้มทั้งร่าง กำลังจะแหวกผืนฟ้า ฝ่ากฎแห่งแดนมงคล หลบหนีออกไป
เห็นชัดว่าเย่กูเยว่เข้าใจสภาพการณ์แล้ว
นางแพ้! หากไม่หลบหนี นางจะต้องตาย! ดังนั้นแม้จะต้องบาดเจ็บสาหัสจากการฝ่าดินแดน นางก็ยอม
แต่ลวี่หยางจะยอมให้นางหลุดมือได้อย่างไร?
“โอบอุ้มบรรพต!”
ชั่วพริบตา วิชาเทพพลันแผ่พลัง บรรพตดำทะมึนตระหง่านทับถมลง พลังพื้นฟ้าถูกตรึงมั่น ทำลายแสงกระบี่บนร่างเย่กูเยว่ ดึงนางร่วงลงมา
เกือบจะทันที ลวี่หยางก็ร่ายเวทอีกบทหนึ่ง
“เคล็ดแท้บัญชาเขาโยกบรรพต!”
ประสานมือ ทำมุทรา เอ่ยนามแห่งคาถา เพ่งจิตสามชั้นเป็นหนึ่งเดียว
แม้เย่กูเยว่จะตอบสนองไว ในวินาทีนั้นก็ปิดทั้งเจ็ดช่องประสาท ไม่ให้ได้ยินเสียง ไม่ให้เห็นการทำมุทรา
แลก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปลายนิ้วของเขา
ครู่เดียว น้ำโคลนข้นก็พวยพุ่งออกจากกายงดงามของนาง พลันแปรรูปเป็นรูปปั้นโคลนที่ขยับเขยื้อนไม่ได้
รูปปั้นหล่นลงพื้น ฝังรากลงดิน
แต่ลวี่หยางกลับขมวดคิ้ว หยุดเคลื่อนไหว สะบัดมือทำลายรูปปั้นทันที กลับพบว่าข้างใน…ว่างเปล่า
“หึหึ…ทิ้งร่างทองคำหรือ?”
ลวี่หยางเปิดเนตรเวทกลางหน้าผาก ศาสตราวิเศษตรวจฟ้าหมุนวน แสงไฟฟ้าศักดิ์สิทธิ์ส่องทะลุทั่วทุกทิศ ในบัดดล ก็เห็นเงาร่างงามระหงกำลังหลบหนีอย่