บทที่ 243 เคล็ดกระบี่สังหารเซียนเก้าบุตรมารสวรรค์
ภายในเศษเสี้ยวของแดนมงคล
เพียงเห็นเย่กู่เยว่ชำเลืองดวงตาเย็นเฉียบ มองตรงไปยังทะเลโลหิตเหนือเขาทะมึนเบื้องหน้า ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเด็ดขาด
“จือชิว ไปกับข้า ทำลายค่ายกลนี้กันเถอะ”
แม้กุมารมากสมบัติจะยอมสวามิภักดิ์อย่างง่ายดาย ไม่ได้ทดลองอะไรออกมามากนัก แต่ลวี่หยางก็แสดงให้เห็นชั้นเชิงการเปลี่ยนกลที่แฝงอยู่หลายชั้น เย่กู่เยว่เห็นหมดทุกอย่าง จึงมั่นใจว่าตนมีวิธีทำลายค่ายกล ใบหน้ากลับคืนสู่ความสงบ ยกตัวลอยขึ้นปล่อยแสงเร้นพริบพราย พุ่งเข้าสู่ค่ายกลอย่างไม่ลังเล
“ดีนัก!”
ลวี่หยางหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นดังนั้น สะบัดธงในมือ กวาดเอาทะเลโลหิตบดทับลงมา ทว่าเย่กู่เยว่กลับหยิบเอาแก้วมณีลูกหนึ่งจากชายเสื้อออกมาอย่างสงบ
“…ไปเถอะ”
วาจาดังแผ่วขณะปามณีนั้นลงสู่ทะเลโลหิต มณีจึงส่องประกายงามเรืองรอง ดั่งวาฬกลืนห้วงสมุทร กลืนเอาคลื่นโลหิตทั้งหมดลงไปในพริบตา
ยิ่งดูดกลืนมากเท่าใด สีของมณีก็พลันเปลี่ยนจากขาวใสกลายเป็นแดงฉาน กลิ่นปราณของมันยิ่งทวีดุดันรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวี
ลวี่หยางเลิกคิ้วทันที หยุดมือพลางเข้าใจเจตนาของเย่กู่เยว่โดยพลัน มณีลูกนั้นสามารถกลืนกินพลังภายนอกได้ หากปล่อยให้มันดูดทะเลโลหิตจนพอ แล้วจึงร่ายเวทระเบิดกลับ ก็สามารถย้อนพลังนั้นทำลายค่ายกลได้ทันที
ส่วนหมอกสลายวิญญาณในทะเลโลหิตนั้น แทบไม่ต้องเอ่ยถึง
ตราบเท่าที่เย่กู่เยว่ถือมั่นในจิตแห่งกระบ