เจียงเซี่ยนหัวเราะเยาะตนเองอยู่ในใจ ทว่าชีวิตไทเฮาเจ็ดปียังพอทำให้นางควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ได้อยู่ นางจึงยิ้มพลางทักทายจ้าวอี้เหมือนเช่นเคย “สองวันนี้ฝนตกหนักเกินไป ทำอะไรก็ไม่สนุกทั้งนั้น น้ำหอมที่ฝ่าบาทให้คนส่งมาหม่อมฉันยังไม่ได้ใช้เลยยังไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ แต่หากที่ฝ่าบาทยังมีน้ำหอมอีกก็ส่งมาให้หม่อมฉันเหมือนเดิมเถอะ…”
ถึงเวลานั้นก็เอาไปมอบให้คนอื่น ถือโอกาสแสดงน้ำใจเสียเลย
จ้าวอี้ยิ้มพลางตอบว่า “ได้” แล้วสั่งให้เสี่ยวโต้วจึขันทีประจำตัวเขาไปเอาน้ำหอมที่วังเฉียนชิงทันที
ไทฮองไทเฮาเห็นพวกเขาสนิทกันเช่นนี้ก็ไม่อาจเก็บงำรอยยิ้มที่ระบายเต็มหน้าไว้ได้
จ้าวอี้กวักมือไปทางเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยว่า “พวกเราออกไปเล่นกัน!”
นี่ยังคงเป็นครั้งแรกที่เจียงเซี่ยนเจอจ้าวอี้หลังจากฟื้นคืนชีพ
เสียงพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันในอดีตผุดขึ้นในความทรงจำของนางทันที ทว่าวันเวลาที่นางโดนดูถูกเหยียดหยามมากขึ้นเพราะความเฉยเมยของเขา และความเจ็บปวดที่ถูกวางยาพิษด้วยสารหนูกลับทำลายวันเวลาในอดีตเหล่านั้นจนตาย
จ้าวอี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ
นางยิ้มพลางปฏิเสธจ้าวอี้ “ข้างนอกอากาศหนาวเกินไป หม่อมฉันไม่อยากออกไปเพคะ!”
จ้าวอี้ได้ยินแล้วสายตาก็เคร่งขรึมเล็กน้อย และแสดงท่าทางผิดหวังออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไป๋ซู่มองเจียงเซี่ยนอย่างประหลาดใจ เหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงได้ขัดใจจ้าว