งมาก
เจียงเซี่ยนจึงถือโอกาสออกไปข้างนอกเสียเลย
ฉิงเค่อช่วยนางสวมเสื้อคลุม และติดตามอยู่ข้างหลังนางอย่างเงียบๆ
ฝนยังไม่หยุด ใบของซีฝู่ไห่ถังหน้าขั้นบันไดนั้นเปียกฝนจนเขียวเป็นมันและชุ่มชื้น
มีนางในสองคนถือกระเช้าดอกไม้ผ้าไหมประดิษฐ์ที่สานจากไผ่เขียวผ่านข้างระเบียงคดไป เสียงที่ดังกังวานและน่าฟังนั้นได้ยินชัดมากในลานกว้างที่เงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงใด
“หากฝนตกเช่นนี้ต่อไปจนถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮา ดอกไม้ผ้าไหมประดิษฐ์พวกนี้จะผูกเข้าไปอย่างไรล่ะ? ถึงเวลานั้นขันทีเฉิงจะต้องโมโหแน่ๆ แถมยังไม่แน่ว่าใครจะโดนด้วยนะเจ้าคะ!”
“เกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ? พวกเราเป็นคนของวังฉือหนิง ช่วยพวกเขาทำดอกไม้ผ้าไหมประดิษฐ์ก็เท่ากับยอมอ่อนข้อให้แล้ว เทวดาอยากให้ฝนตกก็เกี่ยวกับพวกเราด้วยอย่างนั้นหรือ?”
เจียงเซี่ยนสีหน้าไร้อารมณ์
นัยน์ตาของฉิงเค่อฉายแววกังวล นางมองนางในสองคนที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป แล้วมองเจียงเซี่ยนอีกครั้ง นางกัดริมฝีปากและก้าวเข้าไปจะต่อว่าเสียงดัง แต่กลับถูกเจียงเซี่ยนยกมือห้ามไว้
วันเกิดอายุสี่สิบเจ็ดปีของเฉาไทเฮา และเป็นปีที่สิบที่นางว่าราชการหลังม่านเช่นกัน พวกเฉิงเต๋อไห่อยากให้ดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ร่วง เลียนแบบอู่เจ๋อเทียน[3]ในราชวงศ์ก่อน เพื่อประจบประแจงเฉาไทเฮา จึงสั่งให้หัวหน้ากองพระภูษากับนางในแต่ละวังทำดอกไม้ผ้าไหมประดิษฐ์เพื่อวันเกิดของเฉาไทเฮา โดยเตรียมจะประดับบนดอกไ