ท่าทีของวังคุนหนิงเถอะ!
—
พอถึงตอนบ่าย ฮ่องเต้น้อยจ้าวอี้ก็มาแล้ว
เขามุดศีรษะเข้าไปในอ้อมกอดของไทฮองไทเฮา แล้วกอดเอวของไทฮองไทเฮาไว้ พลางออดอ้อน “เสด็จย่า กระหม่อมไม่ได้มาหาเสด็จย่าสองสามวันแล้ว เสด็จย่าก็ไม่ให้หลิวเสี่ยวหม่านไปเรียกกระหม่อม อาจารย์สยงทิ้งการบ้านกองใหญ่ไว้ให้กระหม่อมทุกวัน เสด็จย่าดูสิ มือของกระหม่อมด้านหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวอี้พูดไปก็ยื่นมือให้ไทฮองไทเฮาดู
นิ้วที่เรียวยาวและขาวนวลจนเหมือนหัวหอมนั้นสวยกว่าผู้หญิงเสียอีก ไม่ต้องพูดถึงด้าน แม้แต่รอยแดงสักรอยก็ไม่มี
เขามีใบหน้ารูปเมล็ดแตงโมที่ขาวผ่องและคางที่แหลมมาก ในดวงตาเรียวยาวที่หางตางอนขึ้นเล็กน้อยนั้นมีน้ำคลออยู่เต็มหน่วย
ไทฮองไทเฮาเห็นแล้วก็ชอบใจ หลังจากสั่งให้เมิ่งฟางหลิงไปยกขนมที่ทำใหม่มาจากห้องครัวเล็กแล้วก็กอดจ้าวอี้ พลางเอ่ยว่า “ฝ่าบาท นี่ก็เป็นเพราะอาจารย์สยงหวังดีกับฝ่าบาทเช่นกัน ต่อไปฝ่าบาทต้องปกครองใต้หล้า หากไม่รู้อักษร จะควบคุมเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบัณฑิตของสำนักราชเลขาธิการได้อย่างไร? พอผ่านชีวิตที่ลำบากเหล่านี้ไปได้ก็สบายแล้ว”
อาจารย์สยงชื่อสยงจวิ้นหรง มหาบัณฑิตสำนักฮั่นหลิน อาจารย์ที่ฮ่องเต้องค์ก่อนเลือกไว้ให้จ้าวอี้ก่อนตาย
จ้าวอี้พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่ปากกลับบ่นพึมพำว่า “มีไทเฮาอยู่ไม่ใช่หรือ? อย่างไรกระหม่อมเรียนหรือไม่เรียนก็เหมือนกันอยู่ดี”
ไทฮองไทเฮาหน้านิ่งไปเล็กน้อย และไม่นานก็เปลี่ยนเป