พอเจียงเซี่ยนนึกถึงเรื่องราวในอดีต น้ำตาก็จะไหลออกมาแล้ว
พูดถึงนางกับไป๋ซู่ก็ไม่ได้เจอกันสองสามเดือนแล้ว
ก่อนที่นางจะถูกจ้าวสี่วางยาพิษนั้น จิ้นอันโหวอยากรับอนุภรรยาเพราะไป๋ซู่ไม่มีลูก นางห้ามไว้และไม่อนุญาต แต่ไป๋ซู่กลับหมดอาลัยตายอยากแล้ว จึงไม่เพียงแต่ตกลงให้จิ้นอันโหวรับอนุภรรยา ทว่ายังฝากให้ฮูหยินรองของจวนจิ้นอันโหวจัดการเรื่องอาหารการกินของจวนจิ้นอันโหวด้วย โดยบอกว่าตนเองเหนื่อยแล้ว และจะไปอยู่ศาลเจ้ากูเส่าอย่างสงบหลายวัน
แต่ศาลเจ้ากูเส่าเป็นอารามภิกษุณีที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวง
สตรีจากตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจมากมายออกบวชที่นั่น
หลังจากเจียงเซี่ยนรู้ก็กลัวมาก กลัวว่าไป๋ซู่จะอยู่ที่นั่นเลย จึงตั้งใจรับฮูหยินเป่ยติ้งโหวมารดาของไป๋ซู่ไปอยู่เป็นเพื่อนไป๋ซู่ที่ศาลเจ้ากูเส่าโดยเฉพาะ
สำหรับเรื่องนี้ หลี่เชียนยังถวายฎีกาฉบับหนึ่งให้นางโดยเฉพาะด้วย โดยบอกว่าในเมื่อในสายตาของจิ้นอันโหวไม่มีไป๋ซู่ ก็ให้นางออกราชโองการให้จิ้นอันโหวกับไป๋ซู่หย่ากันเสียเลย ฉวยโอกาสที่ไป๋ซู่ยังสาวและยังแต่งงานได้อีกครั้ง จะได้ไม่ยืดเยื้อจนเสียเวลาช่วงวัยรุ่นของไป๋ซู่ไป…
ตอนนั้นนางโกรธจนโยนฎีกาฉบับนั้นลงพื้นและเหยียบอีกเจ็ดแปดครั้ง
หลี่เชียนเองก็นอกรีต อายุปูนนี้แล้วยังไม่แต่งงาน ทว่าพอพูดถึงเรื่องของคนอื่นกลับเป็นขั้นเป็นตอนมาก ช่างเป็นแบบอย่างของคนที่สักแต่จะพูดโดยไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงเลยจริง