ยิ้มพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แล้วชี้ขันทีคนหนึ่งที่สวมเครื่องแบบขันทีระดับสี่ นางสั่งให้เขาชงชาดีให้เฉาเซวียนกับหลี่เชียนสักกา แล้วบอกว่าตนเองยังมีธุระ และออกจากห้องชาไป
หลี่เชียนเห็นสถานการณ์ก็ใช้ข้อศอกสะกิดเฉาเซวียน “คิดไม่ถึงว่าท่านหญิงเจียหนานจะพิถีพิถันขนาดนี้ ดื่มชาก็ต้องปรึกษาหมอหลวงของสำนักหมอหลวงด้วย”
เขาประทับใจในตัวเจียงเซี่ยนมาก รู้สึกว่าถึงแม้หญิงสาวคนนี้จะเป็นถึงท่านหญิง ขี้ขลาดไปหน่อย และอ่อนต่อโลกไปบ้างเพราะถูกเลี้ยงในวัง แต่กลับจัดการเรื่องราวได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ ไม่ทำตามแบบเก่า มองออกว่าเป็นคนที่ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบการเข้าสังคมทว่ากลับเข้าสังคมเก่งมาก
เฉาเซวียนมองเขาครั้งหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “นี่นับว่ายังน้อย ไทฮองไทเฮาตั้งห้องครัวเล็กที่วังฉือหนิงเพื่อนาง แกงจืดที่นางทำใช้แต่กระดูกหมู กระดูกไก่ กระดูกเป็ดและขาหมูหมักเกลือจินหวา(แฮมจินหวา)สามปีตุ๋น…นี่คือสิ่งที่ข้ารู้ แล้วยังไม่รู้ว่ามีอาหารที่ข้าไม่รู้อีกเท่าไรนะ!”
คนในวังต่างจะไม่เปิดเผยว่าตนเองชอบกินอะไรกันแน่ เพื่อป้องกันถูกคนวางยาพิษ อาหารที่ห้องเครื่องยกมาทุกครั้งนั้นไม่ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ชอบหรือไม่ชอบก็จะกินสองสามคำและวางตะเกียบ ถึงเฉาเซวียนจะเป็นถึงหลานชายของเฉาไทเฮาที่มีอำนาจมากก็ไม่ได้รายการอาหารของห้องครัวเล็กแห่งวังฉือหนิงมาเช่นกัน
หลี่เชียนตอบ “อ้อ” แล้วยังอยากถามอีก ก็มีนางในเข้ามาเชิญพวกเขาด้