่งอำนาจในการปกครองคืนให้จ้าวอี้เช่นกัน
ไทฮองไทเฮาจึงไม่ค่อยพอใจเฉาไทเฮาด้วยเหตุนี้เช่นกัน
แต่ไม่พอใจก็ส่วนไม่พอใจ เฉาไทเฮาในเวลานี้ไม่ใช่เฉาฮองเฮาที่ตอนนั้นร้องไห้อย่างน่าสงสารที่วังฉือหนิงคนเดิมแล้ว ไทฮองไทเฮายังต้องเหลือทางไว้ให้พี่ชายและน้องชายของตนเองสักทาง และหวังว่าเฉาไทเฮาจะดีกับเจียงเซี่ยนด้วย ดังนั้นนางยังจะกล้าพูดอะไรได้อีก แน่นอนว่าเรื่องราวระหว่างฮ่องเต้กับไทเฮาก็ต้องลืมตาข้างหนึ่งปิดตาข้างหนึ่งและแสร้งทำเป็นไม่รู้ไป
แน่นอนว่าเจียงเซี่ยนในชาติก่อนรับรู้ได้ว่าท่านยายไม่มีทางเลือก นางจึงพยายามอยู่ให้ห่างจากเฉาไทเฮาและจ้าวอี้อย่างที่สุดเช่นกัน
ทว่าเจียงเซี่ยนที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย รู้ว่าวันที่สิบสี่ เดือนสิบ ปีนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของเฉาไทเฮานั้น ฮ่องเต้น้อยจ้าวอี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากเจียงเจิ้นหยวนเจิ้นกั๋วกงลุงของนาง และจ้าวเจิ้งอ๋องเจี่ยน อาของฮ่องเต้องค์ก่อน จะพาองครักษ์สามพันนายไปล้อมทะเลสาบคุนหมิงและภูเขาวั่นโซ่วที่เฉาไทเฮาจัดงานวันเกิดอย่างแน่นหนา… วันที่สิบแปด เดือนสิบ เฉาไทเฮาส่งอำนาจในการปกครองคืนให้จ้าวอี้ วันที่ยี่สิบห้า เดือนสิบ เฉาไทเฮาตายที่วังฉางชุน
สิริอายุได้สี่สิบเจ็ดปี พระสมัญญานาม ‘เซี่ยวติ้ง’
วันที่สิบ เดือนสาม ปีถัดมา จ้าวอี้แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา เซียวหรงเหนียงที่เดิมทีเป็นนางในมีความดีความชอบเพราะมีลูก จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเหม่ยเหริน[2]
เจียง