อีกสักแค่ไหน พอปรากฏตัวต่อหน้าหลิงหลาน พวกนายก็จะก้มหัวโดยธรรมชาติ แต่ฉันต้องการเพื่อนที่ไม่หวาดกลัวหลิงหลาน”
“ดังนั้นนายถึงได้ทิ้งพวกเราสินะ?” อู่จย่งใจเย็นลงฉับพลัน ก่อนจะจ้องมองสีหน้าของเยี่ยซวี่
เยี่ยซวี่ผงกศีรษะช้าๆ สีหน้าดูเคร่งขรึมจริงจัง
อู่จย่งหลับตาสองข้างลงด้วยความเจ็บปวด “อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้จริงๆ ด้วย สิบห้าปีแล้วนะ นายยังคิดว่านายจะเอาชนะลูกพี่ได้อีกเหรอ?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? การเป็นลูกชายของหลิงเซียวกำหนดให้เขาไม่มีอนาคตแล้ว” แววตาของเยี่ยซวี่ดูเย็นชามาก และก็เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
อู่จย่งลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาดูกระจ่างใสอย่างยิ่ง “ได้ ได้ ได้ เยี่ยซวี่ นายมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ฉัน อู่จย่งก็จะไม่ถ่วงแข้งถ่วงขานายไว้ ฉันจะอยู่ในกองทัพที่สิบห้ารอให้ความฝันของนายกลายเป็นจริง” จากนั้นเขาหันหน้ามองไปทางพวกฉินอี้แล้วกล่าวว่า “พวกเราไป!”
อู่จย่งพาลูกทีมของเขาขึ้นไปบนยานรบของกองทัพที่สิบห้าโดยที่ไม่เหลียวมองกลับมาเช่นนี้เอง
“คุณชายสิบสาม ใกล้จะถึงเวลาที่ยานรบของกองทัพที่เก้าจะออกเดินทางแล้ว พวกเราต้องรีบไปโดยเร็วที่สุดครับ” ลูกทีมคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเยี่ยซ